สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า มาตรการใหม่คือการปรับปรุงกฎที่คล้ายคลึงกันกับที่เคยประกาศมาแล้วเมื่อปี 2561 และทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมข้อมูลที่บริษัทเอกชนรวบรวมได้มากขึ้น เนื่องจากข้อมูลที่สร้างมาจากแพลตฟอร์มเรียกรถ ไม่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ อีกทั้งต้องถูกเก็บไว้ในจีนอย่างน้อย 2 ปี จากเดิมอยู่ที่ 6 เดือน และไม่สามารถส่งออกหรือแสดงต่อหน่วยงานภายนอกโดยไม่มีการอนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลได้

“การดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นระยะ, แก้ไขความเสี่ยงและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่พบโดยทันที, สร้างและทำให้ระบบการจัดการความปลอดภัยข้อมูลทั้งกระบวนการสมบูรณ์ และใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันข้อมูลจากการดัดแปลง, ทำลาย, รั่วไหล, ได้มาอย่างผิดกฎหมาย หรือใช้อย่างผิดกฎหมาย” ตามที่ระบุในช่วงหนึ่งของมาตรการ

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับดูแลด้านไซเบอร์ของจีน ปรับตีตี โกลบอล 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 44,000 ล้านบาท)  หลังสอบสวนมานาน 1 ปี ส่งผลให้บริษัทต้องออกจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หลังเข้าตลาดมาได้ไม่ถึงปี และทำให้นักลงทุนต่างชาติระมัดระวังเกี่ยวกับภาคเทคโนโลยีของจีนอีกด้วย

อนึ่ง กฎหมายฉบับใหม่เกิดขึ้นเมื่อมีความคาดหวังเพิ่มขึ้นว่า แอพพลิเคชั่นเรียกรถของบริษัทยักษ์ใหญ่ ตีตี โกลบอล อาจได้รับอนุญาตให้กลับมาให้บริการในแอพสโตร์ และเปิดรับการลงทะเบียนผู้ใช้ใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ การกระชับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นจากกระทรวงคมนาคมจีน ยังเน้นย้ำถึงวิถีใหม่ของการให้ความสำคัญในการปฏิบัติตาม ซึ่งในหลายบริษัท รวมถึงตีตี ได้เริ่มปรับตัวแล้ว. 

เครดิตภาพ : REUTERS