เคเลบ ซีเกลเบาเออร์ เด็กชายวัย 13 ปีและครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาดพอร์ต ชาร์ลอตต์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2565 หลังจากนั้นราว 1 สัปดาห์ เคเลบ ก็มีอาการปวดศีรษะแบบเฉียบพลัน มองเห็นภาพหลอนและมีไข้สูง ครอบครัวของเขาจึงรีบพาตัวส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

ครอบครัวของ เคเลบ เล่าว่า ในตอนแรก หนุ่มน้อยเป็นไข้และปวดศีรษะ แต่หลังจากที่ เคเลบ มีไข้ขึ้นสูงถึง 105 องศา และมีอาการปวดคอ ซึ่งสอดคล้องกับอาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทางบ้านของเขาจึงรีบติดต่อไปยังกุมารแพทย์ประจำตัว จากนั้นจึงนำตัวเด็กหนุ่มส่งโรงพยาบาล

ขณะนี้ เคเลบ อยู่ในแผนกผู้ป่วยวิกฤตเพื่อรักษาอาการสมองบวมที่โรงพยาบาลเด็กโกลิซาโน เขตฟอร์ตไมเยอรส์ รัฐฟลอริดา ทีมแพทย์เชื่อว่า เคเลบ ติดเชื้ออะมีบานีเกลอเรีย หรือที่เรียกกันว่า ‘อะมีบากินสมอง’ ระหว่างที่เขาลงไปเล่นน้ำที่บริเวณชายหาด อะมีบาประเภทนี้จะเข้าสู่ร่างกายและสมองของคนโดยผ่านทางจมูก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะตรวจพบสาเหตุได้หลังจากที่คนไข้เสียชีวิตไปแล้ว 

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ นับถึงปัจจุบันนี้ มีคนไข้เพียง 4 คนที่มีชีวิตรอดจากการติดเชื้ออะมีบาเนียเกลอเรียได้ เนื่องจากไม่ได้รับการตรวจรักษาทันเวลา

อาการของโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบามักเกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรกหลังจากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย อาการเริ่มต้นของโรคนี้ได้แก่ ปวดศีรษะบริเวณด้านหน้า มีไข้ คอแข็ง ขยับไม่ได้ ซึ่งเป็นอาการที่คล้ายคลึงกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นโรคที่รู้จักกันมากกว่า

ในการตรวจหาเชื้ออะมีบาเนียเกลอเรียที่ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ จะต้องเจาะเอาน้ำไขสันหลังออกไปตรวจหาเชื้อ หรือนำเนื้อเยื่อสมองไปตรวจระหว่างการชันสูตรผู้ป่วยที่เสียชีวิต จึงจะรู้แน่ชัดว่าเป็นเชื้ออะมีบากินสมอง ซึ่งถ้าไม่มีตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน แพทย์ส่วนใหญ่จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากแบคทีเรีย

ผลการตรวจเลือดและการทดสอบเพาะเชื้อแบคทีเรียของ เคเลบ ไม่สามารถให้ผลสรุปที่แน่ชัดได้ ขณะที่อาการติดเชื้อในสมองของเขาแย่ลงกว่าเดิมระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในบริเวณโพรงจมูก ซึ่งสอดคล้องกับอาการที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายคนรับเชื้อเนียเกลอเรียเข้าทางจมูกและเกิดอาการอักเสบ เนื่องจากเชื้ออะมีบาชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้ก็ต่อเมื่อผู้รับเชื้อลงไปในว่ายน้ำที่มีเชื้อนี้ หรือเผลอกลืนน้ำที่มีเชื้อตัวนี้เข้าไป

ปกติ อะมีบาชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีกว่าในแหล่งน้ำจืดที่มีความอุ่น ซึ่งปัจจุบันกินพื้นที่กว้างขึ้นเนื่องจากสภาวะโลกร้อน ทำให้แหล่งน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น 

แหล่งน้ำที่พอร์ต ชาร์ล็อตต์ ที่หนุ่มน้อยลงไปว่ายเล่นนั้นมีน้ำจืดจากแม่น้ำสามสายที่ไหลลงทะเลที่อ่าวเม็กซิโกรวมอยู่ด้วย ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นมีทั้งน้ำจืดและน้ำทะเลผสมกัน โดยสัดส่วนของน้ำทั้งสองประเภทจะขึ้นอยู่กับฤดูกาล

แหล่งข่าว : insider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES