สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวถ้อยแถลง เนื่องในวาระครบรอบ 69 ปี การลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเพื่อสงบศึกสงครามเกาหลี ระหว่างปี 2493-2496 ว่าเกาหลีเหนือพร้อมใช้ “มาตรการป้องปรามนิวเคลียร์” เพื่อตอบสนองต่อวิกฤติการณ์ทุกรูปแบบ ที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ โดยการดำเนินการจะเป็นไปด้วยความมุ่งมั่นและรวดเร็ว
(LEAD) N.K. leader warns S. Korean gov't, military to be annihilated in event of preemptive strike bid https://t.co/E4ciJfGwcG
— Yonhap News Agency (@YonhapNews) July 28, 2022
ขณะเดียวกัน คิมกล่าวถึง “ความพร้อมของการเผชิญหน้าทางทหาร” กับสหรัฐ โดยกล่าวหาอีกฝ่ายยกระดับความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นให้เกาหลีเหนือจำเป็น “ต้องเร่งบรรลุเป้าหมายทางประวัติศาสตร์” ในการเพิ่มความแข็งแกร่งทางทหาร เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันยังคงไม่หยุดขับเคลื่อน “นโยบายที่อันตรายและผิดกฎหมาย” โดยมีเกาหลีใต้ “ให้ความสนับสนุน” เห็นได้ชัดจากยังคงมีการซ้อมรบร่วมกันทุกปี

นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า ท่านผู้นำของเกาหลีเหนือเอ่ยชื่อผู้นำเกาหลีใต้คนปัจจุบัน คือ ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ทั้งสิ้น 3 ครั้งตลอดการแถลง และเรียกกองทัพเกาหลีใต้ “เป็นแก๊งอันธพาล” จากการที่รัฐบาลโซลและฝ่ายความมั่นคงกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “ระบบ 3 เสาหลัก” หนึ่งในนั้นคือมาตรการ “ช่วงชิงโอกาสโจมตีก่อน” ซึ่งคิมกล่าวว่า “หากรัฐบาลของยุน” ดำเนินการเช่นนั้นจริง เกาหลีเหนือไม่ลังเลที่จะใช้มาตรการตอบโต้ “เพื่อกวาดล้างข้าศึกให้สิ้นซาก”
ทั้งนี้ การที่สงครามเกาหลียุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ ในทางทฤษฎีจึงยังถือว่า ทั้งสองประเทศมีสถานะเป็นคู่สงครามระหว่างกัน ขณะที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐและเกาหลีใต้มองว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ในระดับสูง ที่เกาหลีเหนือจะทดสอบนิวเคลียร์ในปีนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการทดสอบครั้งที่ 7 หลังทิ้งช่วงไปตั้งแต่ปี 2560.
เครดิตภาพ : REUTERS


