เมื่อวันที่ 8 ส.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการทั้งรัฐและเอกชนในการจัดการเรียนการสอนอาชีวะ ซึ่งมีหลากหลายความเห็นที่ตนพร้อมสนับสนุนและเห็นด้วยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการปรับหลักสูตรวิชาชีพที่จะต้องตัดวิชาที่ไม่จำเป็นออกไป และเน้นทักษะที่ควรจะมีของนักศึกษาอาชีวะจริงๆ และการเพิ่มหลักสูตรระยะสั้นให้มีมาตรฐานมากขึ้น รวมถึงการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคีที่ยืดหยุ่น มีหลักสูตรที่ยืดหยุ่นให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาสามารถเรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ภายใน 4 ปี  ซึ่งเด็กจะมีอายุ 18 ปี สามารถทำงานในสถานประกอบการได้ ซึ่งขณะนี้เมื่อเด็กเรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะมีอายุ 17 ปี ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากอายุไม่ถึงติดกฎหมายแรงงาน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ตนจะหารือกับ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ให้ดำเนินการตามความเห็นของที่ประชุม อ.กรอ.อศ. ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะการขับเคลื่อนการผลิตผู้เรียนสายวิชาชีพเพื่อป้อนตลาดอุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเรียนอาชีวะมาโดยตลอด ดังนั้นจากนี้ไปตนจะมุ่งเป้าการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพให้มากขึ้น และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องปรับระบบการทำงานใหม่อย่างจริงจัง เช่น การเดินสายสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครองถึงการเรียนสายอาชีพ ระบบการแนะแนวในโรงเรียน เป็นต้น ขณะเดียวกันกฎระเบียบใดที่เป็นปัญหาอุปสรรคของการเรียนอาชีวะจะต้องนำมาทบทวนใหม่ ซึ่งอาจรวมไปถึงการรีแบนด์อาชีวะทั้งระบบ เพื่อให้เกิดมาตรฐานการเรียนอาชีวะอย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดแรงงาน