เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.จะเด็ด จันทร์พลงาม รองสว.สอบสวน สภ.โคกขาม จ.สมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้มีนายโฆษิต สินธุ อายุ 30 ปี อาสาสมัครตำรวจบ้านพาเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี เข้าแจ้งความ โดยนายโฆษิต แจ้งว่า ขณะเดินตรวจตราอยู่บริเวณวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เด็กหญิงเอได้วิ่งมาขอความช่วยเหลือด้วยอาการหวาดกลัวตัวสั่นบอกว่าถูก นายสมชาย หรือ หน่อง บัวพันธ์ อายุ 36 ปี ข่มขืนกระทำชำเราภายในห้องพักของลูกศิษย์วัดที่อยู่ด้านหลังของวัดดังกล่าว
เด็กหญิงเอ เล่าเรื่องให้ พ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงษ์ รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผกก.สภ.โคกขาม และนางสาวกฤษฎี ปิ่นนิล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร ฟังว่า หนูจะมาอยู่ที่วัดช่วงที่พ่อออกไปทำงาน โดยจะมาช่วยทำความสะอาดบริเวณโดยรอบวัด ซึ่งก็จะได้เงินไปกินขนมบ้างเล็กๆ น้อยๆ จากหลวงตาและผู้ใจบุญ และได้รู้จักกับนายสมชายที่เป็นลูกศิษย์วัด ก่อนเกิดเหตุหนูขี่จักรยานเล่นอยู่ นายสมชายบอกว่าช่วยไปซื้อน้ำแข็งให้พระหน่อยแล้วให้หนูเดินตามไปในห้องเพื่อเอาเงิน จากนั้นนายสมชายก็อุ้มหนูเข้าไปในห้องจับถอดกางเกงและใช้กำลังข่มขืนหนู พอทำกับหนูเสร็จนายสมชายก็ปล่อยหนูออกมาจากห้อง แล้วหนูก็วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปควบคุมตัวนายสมชาย จากห้องพักของลูกศิษย์วัดมาสอบสวนที่สภ.โคกขาม โดยนายสมชาย ให้การรับสารภาพว่าได้ข่มขืนเด็กหญิงเอจนสำเร็จความใคร่จริง แต่ทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งตอนนี้ก็สำนึกผิดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา และอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย
นางสาวกฤษฎี ปิ่นนิล พัฒนาสังคมฯ สมุทรสาคร กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องพาเด็กไปตรวจร่างกาย แล้วก็ให้ทางศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรสาครรับเด็กไปอยู่ในความดูแลก่อน เนื่องจากขณะนี้เด็กยังต้องได้รับการเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนการสอบปากคำเด็กนั้นต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายไม่สามารถให้รายละเอียดได้
ด้าน พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผกก.สภ.โคกขาม กล่าวว่า เบื้องต้นเด็กให้การว่าถูกกระทำมาหลายครั้งแล้ว และถ้าขัดขืนก็จะถูกตบตีทำร้ายร่างกาย ซึ่งจะต้องมีการสอบสหวิชาชีพเด็กและรอผลตรวจร่างกายมาประกอบการดำเนินคดี ส่วนที่ว่าพ่อเด็กรู้จักกับนายสมชายและอาจจะรู้เห็นเรื่องที่ลูกถูกกระทำหรือไม่นั้นจะต้องสอบสวนอย่างละเอียด แต่เบื้องต้นพ่อเด็กอ้างว่านายสมชายเคยเป็นเพื่อนสนิทเมื่อตอนวัยรุ่น แต่ระยะหลังไม่ได้เจอกันเพราะต้องไปทำงาน ทั้งนี้จะไม่ให้มีการประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน เนื่องจากถือเป็นบุคคลอันตรายที่อาจมีผลต่อรูปคดี.



