เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 สภากาชาดจีนรายงานถึงการบริจาคอวัยวะครั้งใหญ่จากหญิงสาวชาวจีนซึ่งระบุเพียงชื่อสกุลว่า ‘จาง’ จากเขตฟูผิง มณฑลส่านซีของจีน
จาง กลายเป็นเจ้าสาวผู้โชคร้าย เมื่อเธอเสียชีวิตหลังจากเข้าพิธีแต่งงานได้เพียงวันเดียว เนื่องจากมีอาการเลือดออกในสมอง แม้ทางครอบครัวจะรีบนำตัวเจ้าสาวหมาด ๆ ส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเธอไว้ได้ สร้างความเศร้าโศกเสียให้แก่สามีและครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก
กระนั้น พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะบริจาคอวัยวะของเธอที่ยังใช้งานได้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ โดยกล่าวว่า น่าจะเป็นสิ่งที่ จาง ต้องการให้พวกเขาทำ
หนึ่งในสมาชิกครอบครัวของเธอ กล่าวว่า จาง เคยบอกว่าเธออยากจะช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุดด้วยการบริจาคอวัยวะ ถ้าหากว่าเธอเป็นอะไรไป
สามีและพ่อแม่ของจาง ใช้เวลาไม่นานในการตกลงร่วมกันที่จะบริจาคอวัยวะหลังจากที่เธอเสียชีวิตและให้ความร่วมมือในการกรอกเอกสารต่าง ๆ เป็นอย่างดีทั้งที่ยังเศร้าโศก ทำให้ทีมแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครที่ประสานงานด้านบริจาคอวัยวะล้วนรู้สึกซาบซึ้งใจกับความใจบุญของครอบครัวของหญิงสาวจนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
ทีมผ่าตัดเพื่อนำอวัยวะที่ใช้การได้ออกจากร่างของหญิงสาวต้องใช้แพทย์ถึง 6 รายทำงานร่วมกัน และอวัยวะของเธอสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ถึง 3 รายด้วยกัน
อนึ่ง การบริจาคอวัยวะหลังการเสียชีวิตเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นในจีน ในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ ก็มีพ่อแม่ของเด็กหญิงวัย 8 ขวบ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ก็ตกลงใจที่จะบริจาคอวัยวะของหนูน้อย ซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ถึง 5 ราย
ตามข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 2 ส.ค. 2565 ของศูนย์บริหารการบริจาคอวัยวะแห่งชาติของจีน ภายในปีนี้ได้มีการบริจาคอวัยวะของผู้เสียชีวิตไปแล้ว 41,081 ราย รวมอวัยวะที่บริจาคทั้งหมด 123,869 ชิ้น
แหล่งข่าว : scmp.com
เครดิตภาพ : Pixabay / Pexels



