สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าสำนักงานตำรวจรัฐนิวยอร์กออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการเกิดเหตุชายคนหนึ่งบุกขึ้นไป บนเวทีงานเสวนาทางวิชาการ แล้วใช้อาวุธแทงผู้อยู่ในงานที่สถาบันเชาเทาควา ในเขตเชาเทาควา ทางตะวันตกของรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ จึงส่งเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จับกุมนายฮาดี มาทาร์ วัย 24 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองแฟร์วิลล์ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ มีบัตรเข้างานอย่างถูกต้อง ส่วนผู้เคราะห์ร้ายมีเพียงคนเดียว คือ นายชัลมาน รัชดี นักเขียนชื่อดังชาวสหราชอาณาจักร-อเมริกัน เชื้อสายอินเดีย วัย 75 ปี ถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่กำลังเดินขึ้นเวทีระหว่างผู้ดำเนินรายการกำลังแนะนำ
Eyewitness video captures the moment emergency responders rushed to help author Salman Rushdie after he was attacked on stage https://t.co/aeFA7p7Omz pic.twitter.com/9mPKH8T5ft
— Reuters (@Reuters) August 12, 2022
ตอนนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและคณะแพทย์ที่โรงพยาบาลพยายามช่วยเหลือรัชดีอย่างสุดความสามารถ ขณะที่พนักงานสอบสวนยังปฏิเสธเปิดเผยว่าอาวุธที่คนร้ายใช้คืออะไร และแทงรัชดีที่บริเวณใด อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่า กำลังสอบปากคำคนร้าย และตรวจค้นสถานที่เพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เพื่อสืบหาแรงจูงใจ

ด้านผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่กล่าวว่า คนร้ายกระหน่ำแทงรัชดีบริเวณคอและหน้าอก ก่อนที่พลเมืองดีช่วยกันควบคุมตัวเพื่อรอตำรวจ และผู้ดำเนินรายการได้รับบาดเจ็บด้วย เคราะห์ดีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกต การไม่มีมาตรการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดปกติที่หน้างาน โดยผู้ที่มีบัตรเชิญหรือหลักฐานการลงทะเบียนสามารถเข้าสู่พื้นที่ได้เลย
UPDATE: Novelist Salman Rushdie is on a ventilator following hours of surgery after being stabbed in the neck and torso at a lecture.
— Reuters (@Reuters) August 12, 2022
He will likely lose one eye, his book agent said https://t.co/Ijx9U4olpk https://t.co/Ijx9U4olpk
ต่อมา ทำเนียบรัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ไว้อาลัยต่อจาการจากไปของรัชดี และประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการโจมตีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็นของบุคคล

อนึ่ง “เดอะ ซาทานิก เวิร์สเซส” (The Satanic Verses) หรือ “โองการปิศาจ” ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2531 เป็นหนึ่งในผลงาน “ฉาวโฉ่และอื้อฉาวที่สุด” ของรัชดี เนื่องจากมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาอิสลาม จนถูกแบนในหลายประเทศ
อยาตอลลาะห์ รูฮัลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในเวลานั้น ประณามนวนิยายเรื่องนี้ และเรียกร้องให้มีการ “เอาชีวิต” ผู้เขียน ส่งผลให้รัชดีต้องอาศัยอย่างหลบซ่อน จนกระทั่งรัฐบาลอิหร่านประกาศในอีก 10 ปีต่อมาว่า “ไม่เอาความ” รัชดีจึงกลับมาใช้ชีวิตเปิดเผยมากขึ้น แต่อยาตอลลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน เคยกล่าวเมื่อปี 2560 ว่าฟัตวา หรือการวินิฉัยของโคไมนี “ยังมีผล”.
เครดิตภาพ : REUTERS



