เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายธนากร ตันติกุล ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 17 ส.ค. เวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไหลผ่าน C13 1,207 ลบ.ม/วิ เมื่อวาน 1,200 ลบ.ม/วิ ปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้น 7 ลบ.ม/วิ ระดับน้ำที่ C35 ระดับน้ำ 3.17 ม. เมื่อวาน 3.12 ม ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 1-5 ซม. ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองต่าง ๆ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมน้ำ และได้รับผลกระทบ รวม 4 อำเภอ 20 ตำบล 84 หมู่บ้าน 1,961 ครัวเรือน ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ และ อ.บางไทร

ส่วนที่วัดไชยวัฒนาราม ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ติดตั้งบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมของวัดไชยวัฒนาราม ตลอดความยาว 155 เมตร เสร็จสิ้น และได้เร่งเสริมแนวกระสอบด้านล่างของบังเกอร์เพื่อไม่ให้น้ำซึมเข้าสู่โบราณสถาน และจะได้มีการเสริมนั่งร้านด้านหลังแนวเขื่อน ส่วนด้านหน้าแนวเขื่อน จะปูผ้าใบกันน้ำ และวางแนวกระสอบทรายเสริม เพิ่มความแข็งแรง นอกจากนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี ได้สนับสนุนเครื่องสูบขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง เพื่อช่วยสนับสนุนเมื่อมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่วัดไชยวัฒนาราม โดยประชาชนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวใน จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถมาท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญได้ตามปกติ

ทางด้าน ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายศุภชัย มีแสงนิล ส.ท.เขต 4 นายนคร ดำรงสุกิจ ส.ท.เขต 4 ร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าหน่วยงาน เตรียมความพร้อมรับมือปัญหาอุทกภัยในเขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยว่าที่ ร.ต.สมทรง สั่งเน้นย้ำต้องดำเนินการเชิงรุกแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด และต้องเตรียมความตลอดเวลา หากมีเหตุเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยจะได้มีความพร้อมในการรับมือเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมทั้งเตรียมหาแนวทางเพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชนได้ทันถ่วงที

นายกฤษณ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ขณะนี้ เริ่มส่งผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำ และคลองเมือง ซึ่งทางนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งทุกหน่วยเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดเหตุ และทุกหน่วยงานต้องร่วมมือบูรณาการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน ซึ่งทางเทศบาลฯ ได้จัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงเครื่องสูบน้ำ ไว้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลมีความพร้อมที่จะลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันที



