ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีกระแสข่าวทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียลมีเดีย พูดถึงกระเป๋าเสื่อกกจาก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสหกรณ์จักสานเส้นกก บ้านเหล่าพัฒนา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม ที่ถูกคัดเลือกเป็นของที่ระลึกในการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค มีผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จาก 21 เขตเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา สร้างความปลาบปลื้มให้กับทางกลุ่มฯเป็นอย่างมาก โดยมียอดสั่งจองเข้ามาเพียบ

นางเรืองยศ หนานพิวงศ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสหกรณ์จักสานเส้นกก บ้านเหล่าพัฒนา กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2546 เริ่มแรกมีสมาชิก 60 คน ปัจจุบัน 159 คน เริ่มต้นทอเสื่อกกเป็นของฝากก่อนไม่ได้ขาย เมื่อต่อได้นำไปจำหน่ายที่เมืองทองธานีครั้งแรก ปรากฏว่า มีลูกค้าเหมาหมดในราคา 28,000 บาท ทำให้กลุ่มฯ มีกำลังใจมากยิ่งขึ้นก่อนจะต่อยอดทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ส่วนที่มาของกระเป๋าเสื่อกก ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณวรีฯ เป็นลายผ้าพระราชทาน ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทาน ให้กับกลุ่มทอผ้าและกลุ่มงานหัตถกรรมต่างๆ ไปผลิตตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อมาตนเองได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นโดยได้เห็นรูปทรงกระเป๋าต้นกกจากประเทศฝรั่งเศส จึงได้นำมาประยุกต์ผลิตกระเป๋าต้นกกขึ้น และช่วงเดือนธันวาคม 2564 ได้นำถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินฯ มายัง จ.นครพนม ต่อมาได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้วางจำหน่ายในร้านภูฟ้าด้วย ล่าสุด จ.นครพนม ได้มาติดต่อนำผลิตภัณฑ์กระเป๋าเสื่อกกไปเป็นของที่ระลึกในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยว 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีออร์เดอร์จอง ทั้งทางไลน์ และโทรฯ มาสั่งคิวยาวเกือบถึงสิ้นปี

สำหรับการปลูกต้นกก เริ่มปลูกเดือนพฤศจิกายน โดยไถแปรดินปลูกในหนองน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน และจะเก็บเกี่ยวช่วงเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม เมื่อต้นกกอายุ 15 วันตัดได้ 1 ครั้ง และการปลูก 1 ครั้งตัดได้ 3 ปี ปัจจุบันสมาชิกปลูกต้นกกในพื้นที่หนองน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน รวมทั้งหมด 200 ไร่ (แบ่งเป็น 1 งานต่อ 1 ครอบครัว) พื้นที่ 1 งาน สร้างรายได้จากเส้นกกแห้งธรรมดา เป็นเงิน 3,000 บาท หลังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นเงิน 10,000 บาท ซึ่งเทียบไม่ได้กับการทำนาข้าวแบบเดิม ปัจจุบันมีออร์เดอร์ผลิตภัณฑ์เสื่อกกเต็มจนถึงเดือนตุลาคม 2565 โดยทุกวันจะมีรถรับส่งพัสดุรับ-ส่งทุกวัน ล่าสุดทางกลุ่มฯมีการสร้างกี่, ฟืมและสร้างคนทอ เพิ่มเป็น 20 คน หวังฝึกให้มีความชำนาญในการทอยกดอก เพราะลูกค้าส่วนมากเป็นระดับ VIP ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยผลิตได้วันละ 5 ใบเท่านั้น

ทั้งนี้ นางเรืองยศ หนานพิวงศ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมฯ ยังได้รับการยกย่องเป็น “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” ปี 2554 จาก ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT อีกด้วย