สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า น.ส.คารีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงประจำวันอังคาร เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และสมาชิกสภาคองเกรสอีกหลายคน เรียกร้องการประกาศให้รัสเซีย “เป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย” ว่า “ไม่ใช่หนทางมีประสิทธิภาพหรือรุนแรงที่สุด” เพื่อจัดการกับรัฐบาลมอสโก
ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวมองว่า การประณามเช่นนี้จะยิ่งสั่นคลอนความพยายามระดับพหุภาคีของสหรัฐและพันธมิตร ที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย และการสนับสนุนยูเครนด้วย
President Biden will not designate Russia a state sponsor of terrorism, despite pleas from Ukraine’s government that he do so, because such an action could set back humanitarian efforts and potential peace negotiations, the White House said on Tuesday.https://t.co/08bgPndKuu
— New York Times World (@nytimesworld) September 6, 2022
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้เพียงว่า “ไม่” โดยไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำประเทศแห่งใดก็ตามให้เป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย จะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน ซึ่งสุ่มเสี่ยงเผชิญกับการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
ปัจจุบันมีอย่างน้อย 4 ประเทศ ที่รัฐบาลวอชิงตันประกาศให้เป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย ได้แก่ เกาหลีเหนือ อิหร่าน ซีเรีย และคิวบา
อนึ่ง รัฐสภาของลัตเวียมีมติเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ขึ้นบัญชีดำรัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย ฐาน “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยูเครน” ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าฝรั่งเศสไม่มีนโยบายดังกล่าว.
เครดิตภาพ : REUTERS



