บรรยากาศหุ้นไทยวันที่ 7 ก.ย.65 ผันผวนในแดนบวกและลบ เนื่องจากตลาดได้รับแรงกดดัน หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้น จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งนี้ ด้านค่าเงินบาทยังคงแนวโน้ม อ่อนค่าแตะระดับ 36.7 จึงอาจเห็นแรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ แต่ในช่วงบ่าย ยังเห็นการเข้าซื้อของนักลงทุน ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ 1,639.92 จุด เพิ่มขึ้น 6.05 จุด หรือ 0.37% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 71,204.83 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 663.19 จุด เพิ่มขึ้น 5.95 จุด หรือ 0.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6,868.72 ล้านบาท

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า แนะนำให้ลูกค้าอาศัยจังหวะที่หุ้นย่อตัวเข้าลงทุนใน 2 ธีม ลงทุนที่ยังเติบโตได้ในระยะยาว สวนทางการเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ได้แก่ หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ เช่น ไบโอเทคโนโลยี และ ดิจิทัลเฮลธ์แคร์, หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น คลาวด์ คอมพิวติ้ง, ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ และเซมิคอนดักเตอร์ และในช่วงที่เหลือแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน 2 ธีม เพิ่มเติม คือ หุ้นกลุ่มดาวเด่นแห่งเอเชีย ที่เศรษฐกิจเติบโตสูงสวนกระแสเศรษฐกิจถดถอยในฝั่งตะวันตก ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม และหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทน 

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.เดลต้า ปิดที่ 572.00 บาท เพิ่มขึ้น 54.00 บาท

2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 148.00 บาท ลดลง -3.00 บาท

3.กัลฟ์ ปิดที่ 56.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

4.แม็คโคร ปิดที่ 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

5.ปตท.สผ. ปิดที่ 165.00 บาท ลดลง -0.50 บาท