สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ ทรงมีพระนามเต็มว่า “ชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ” เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2491 ที่พระราชวังบักกิงแฮม ในกรุงลอนดอน ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ
The King will be known as King Charles III, it has been confirmed https://t.co/gyej1nucJZ pic.twitter.com/y7w13Iqt90
— ITV News (@itvnews) September 8, 2022
With the death of his mother Queen Elizabeth, Prince Charles becomes king of the United Kingdom and 14 other realms https://t.co/2qvkPF1kaC pic.twitter.com/N5RaMdy50O
— Reuters (@Reuters) September 8, 2022
พระเจ้าชาร์ลสที่ 3 ทรงสำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและมหาบัณฑิต ด้านอักษรศาสตร์และประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หลังจากนั้นทรงเข้ารับราชการในสังกัดกองทัพอากาศแห่งสหราชอาณาจักร และตามด้วยกองทัพเรือแห่งสหราชอาณาจักร
หลังจากนั้น พระองค์ทรงได้รับการสถาปนาพระราชอิสริยยศ “เจ้าชายแห่งเวลส์” หรือมกุฎราชกุมาร และ “เอิร์ลแห่งเชสเตอร์” เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2501 แต่พระราชพิธีสถาปนาอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นในอีก 1 ปีต่อมา

เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศมกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจให้กับสมเด็จพระราชมารดาในทุกด้าน และทรงก่อตั้งมูลนิธิในพระบรมราชานุเคราะห์หลายสิบแห่ง เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนั้น พระองค์ทรงมีความสนพระราชหฤทัยเป็นการส่วนพระองค์อย่างมาก ในเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกด้วย

ในด้านชีวิตส่วนพระองค์ ทรงเสกสมรสกับเลดี้ ไดอานา สเปนเซอร์ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2524 ทรงมีพระโอรสร่วมกัน 2 พระองค์ คือ เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองพระองค์ทรงแยกทางกัน เมื่อปี 2535 และทรงหย่าร้างกันอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2539

หลังจากนั้น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเสกสมรสกับ น.ส.คามิลลา ปาร์คเกอร์ โบว์ลส์ หรือสมเด็จพระราชินีคามิลลา ในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2548.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



