สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองดาดู ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า อุทกภัยจากมรสุมและธารน้ำแข็งที่ละลายเป็นประวัติการณ์ทางตอนเหนือของปากีสถาน ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 33 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,391 ราย อีกทั้งน้ำท่วมยังทำลายบ้านเรือน, ถนน, ทางรถไฟ, ปศุสัตว์ และพืชผลจำนวนมหาศาล ซึ่งการประเมินค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท)
I have never seen climate carnage on the scale of the floods here in Pakistan.
— António Guterres (@antonioguterres) September 10, 2022
As our planet continues to warm, all countries will increasingly suffer losses and damage from climate beyond their capacity to adapt.
This is a global crisis. It demands a global response. pic.twitter.com/5nqcJIMoIA
นอกจากนี้ มีพื้นที่อย่างน้อย 3 จุดในเขตดาดู ที่ทางหลวงสินธุจมอยู่ใต้บาดาล ทำให้มีการระงับการจราจรนานหลายสัปดาห์ ส่วนทางหลวงสายอื่นของปากีสถานที่เชื่อมต่อพื้นที่ตอนเหนือและตอนใต้ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วมเช่นกัน

“อุทกภัยอื่น ๆ ทั้งหมดที่กระทบพื้นที่หลายส่วนของประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟู แต่พวกเรายังคงต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือ จนกว่าน้ำท่วมและกระแสน้ำจากเนินเขาเหล่านี้จะผ่านไปในที่สุด” นายไซเอด มูร์ทาซา อาลี ชาห์ กรรมาธิการประจำเขตดาดู กล่าวเสริมว่ามาตรการรับมืออาจหมายถึง การเจาะทางหลวงเพื่อให้น้ำท่วมไหลผ่านด้วย

ขณะที่หน่วยงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้เริ่มดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินความต้องการของปากีสถาน เพื่อพัฒนาแผนการฟื้นฟูบูรณะหลังภัยพิบัติ หลังปากีสถานได้รับปริมาณน้ำฝนมากถึง 391 มม. หรือมากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีเกือบ 190% เมื่อเดือน ก.ค. และ ส.ค. ที่ผ่านมา
“90% ของเขตดาดูถูกน้ำท่วม เมืองดาดูยังคงอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม และเรากำลังพยายามปกป้องเมืองเอาไว้” ชาห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลปากีสถานได้จัดหาเครื่องจักรและวัสดุทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการสร้างกำแพงกั้นน้ำแล้ว.
เครดิตภาพ : REUTERS



