เหตุการณ์ค้นพบถ้ำสมบัติโบราณในอิสราเอล เกิดขึ้นในวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยในระหว่างที่เหล่าคนงานก่อสร้างที่กำลังปรับปรุงพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติ ‘พัลมาชิม บีช’ ซึ่งอยู่ริมฝั่งทะเล ทางตอนใต้ของเมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เครื่องมือขุดเจาะก็เจาะลงไปโดนเพดานถ้ำโบราณที่ถูกปิดตายจนเปิดเป็นรู ทำให้มองเห็นว่ามีห้องลับอยู่เบื้องล่าง
ในโพสต์บรรยายภาพและเหตุการณ์จากเฟซบุ๊กเพจของหน่วยงานด้านโบราณวัตถุของอิสราเอล ซึ่งปรากฏเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า กลุ่มนักโบราณคดีได้ปีนลงไปในถ้ำหรือห้องลับแห่งนั้น และพบว่าพื้นที่ภายในดูเหมือนจะปิดตายมานาน ปราศจากร่องรอยการแตะต้องโดยบุคคลภายนอก

ถ้ำที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ดังกล่าวมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม โดยมีเสาค้ำอยู่ตรงกลาง ภายในเต็มไปด้วยเครื่องปั้นดินเผาและงานศิลปะทำจากสำริด จัดวางอยู่ทั่วพื้นที่ ในลักษณะที่คล้ายเป็นการจัดเพื่อทำพิธีฝังศพ โถเหล่านี้เป็นเครื่องบูชา ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติติดตัวของผู้ตายเพื่อนำไปใช้ในโลกหน้า
จากการประเมินอายุเบื้องต้น พบว่าข้าวของเหล่านี้น่าจะมีอายุประมาณ 3,300 ปีก่อน ราวรัชสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ช่วง ‘อพยพ’ ของพระคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม ซึ่งกล่าวถึงการเดินทางของชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์

อย่างไรก็ตาม ในโพสต์ไม่ได้ระบุว่ามีการพบศพ หรือกระดูกของผู้ตายภายในถ้ำหรือไม่
เนื่องจากถ้ำโดนปิดตายมาตลอด จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันตรวจสอบ และสำรวจเพื่อหาข้อมูลจากเครื่องปั้นดินเผาและงานศิลปะเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
อีไล ยานไน ผู้เชี่ยวชาญยุคสำริดของหน่วยงานวัตถุโบราณอิสราเอล ชี้ว่า ถ้ำแห่งนี้อาจช่วยให้เราได้เห็นภาพอันสมบูรณ์ของประเพณีการทำศพในยุคสำริดตอนท้าย
เครื่องปั้นดินเผาที่พบส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพดี ซึ่งมีทั้งโถสำหรับเก็บบรรจุ จอกและภาชนะบรรจุอื่น ๆ ซึ่งนำมาจากดินแดนที่อยู่ห่างไกลออกไปมาก เช่น เลบานอนและไซปรัส ทางผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า ข้าวของเหล่านี้น่าจะเป็นสินค้าราคาแพงในยุคนั้น
หลังจากการค้นพบ ได้มีการจัดเวรยามเพื่อเฝ้าพื้นที่ในทันที กระนั้น ก็ยังมีผู้ลักลอบเข้าไปขโมยข้าวของบางชิ้นในถ้ำออกไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการปิดถ้ำ โดยทางการกำลังอยู่ในระหว่างสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แหล่งข่าว : miamiherald.com
เครดิตภาพ : Facebook / AntiquitiesEN



