สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่าพื้นที่ขัดแย้งในภูมิภาคดอนบาส ที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน คือ สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ ประกาศเตรียมจัดการลงประชามติระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย. นี้ เพื่อนำไปสู่การอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลมอสโก “อย่างเป็นทางการ”
Russian-installed leaders in occupied areas of four Ukrainian regions set out plans for referendums on joining Russia, a move Ukraine dismissed as a stunt by Moscow to try to reclaim the initiative after crushing losses on the battlefield https://t.co/zwkBNhwenO pic.twitter.com/0Xi9lMe8kg
— Reuters (@Reuters) September 20, 2022
ส่วนภูมิภาคเคียร์ซอนซึ่งอยู่ทางตอนใต้ และพื้นที่บางส่วนของเมืองซาโปริชเชีย ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศและในยุโรป ประกาศเตรียมจัดการลงประชามติเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเช่นกัน แต่ยังไม่มีการระบุกำหนดการอย่างเป็นทางการ
ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในพื้นที่” ทั้งนี้ ก่อนสงครามในยูเครนปะทุเพียง 2 วัน รัฐบาลมอสโกให้การรับรอง “อธิปไตย” ของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์

อย่างไรก็ตาม นายดมิโทร คูเลบา รมว.กระทรวงการต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า การลงประชามติที่กำลังจะเกิดขึ้น “ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเรื่องอาณาเขต” ของยูเครน และกองทัพจะเดินหน้าอย่างสุดความสามารถ เพื่อกระชับพื้นที่คืนจากผู้รุกราน
Sham ‘referendums’ will not change anything. Neither will any hybrid ‘mobilization’. Russia has been and remains an aggressor illegally occupying parts of Ukrainian land. Ukraine has every right to liberate its territories and will keep liberating them whatever Russia has to say.
— Dmytro Kuleba (@DmytroKuleba) September 20, 2022
ขณะที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงของทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐจับตาความเคลื่อนไหวในพื้นที่ขัดแย้งของยูเครนอย่างใกล้ชิดมาตลอด และเตือนว่า รัสเซียต้องเผชิญกับ “บทลงโทษที่รุนแรงขึ้น” หากยังคงปล่อยให้กองกำลังแบ่งแยกดินแดนในยูเครนเดินหน้าแผนการแยกตัว
อนึ่ง แผนการลงประชามติของพื้นที่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียทั้ง 4 แห่งในยูเครน เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังกองทัพยูเครนประกาศการรุกคืบพื้นที่ครั้งสำคัญในจังหวัดลูฮันสก์ โดยสามารถยึดหมู่บ้านบิโลโฮริฟกากลับคืนมาได้ และเตรียมกระจายกำลังเข้าสู่พื้นที่แห่งอื่นในจังหวัดลูฮันสก์ต่อไป.
เครดิตภาพ : REUTERS



