น.ส.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้า ร่วมกับ สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย สมาคมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์เกมไทย สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ และ บริษัท แอทไวส คอนซัลติ้ง จำกัด สำรวจข้อมูลและประเมิน มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ประจำปี 64 พบว่า  ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย มีมูลค่าอยู่ที่ 42,065 ล้านบาท โตขี้น 7% จากปี 63 โดยได้รับอานิสงส์จากอุตสาหกรรมเกม ที่มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรม แอนิเมชันที่ฟื้นตัวจากงานรับจ้างผลิตจากต่างประเทศ

ทั้งนี้จากความเปลี่ยนแปลงของตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ที่เกิดขึ้น ดีป้า คาดการณ์ว่า ตลาดจะโตต่อเนื่องอีก 3 ปี โดยจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 46,961 และ 53,729 ล้านบาทในปี 65 และ 66  และตลาดอาจพุ่งทะยานถึง 62,435 ล้านบาทในปี 67 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากอุตสาหกรรมเกมที่ประเมินว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรม แอนิเมชัน และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ที่เริ่มปรับฟื้นตัว หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 62

น.ส.กษิติธร กล่าวต่อว่า หากพิจารณาแยกเป็นรายอุตสาหกรรมพบว่า อุตสาหกรรมเกมมีสัดส่วนและการขยายตัวสูงสุด โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 37,063 ล้านบาท เติบโต 8% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของผู้ให้บริการเกมบนโมบายแพลตฟอร์ม ทั้ง ไอโอเอส และแอนดรอยด์มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 22,237 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60% ของมูลค่าอุตสาหกรรมเกม ส่วนอุตสาหกรรมแอนิเมชัน  มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3,399 ล้านบาท โตขึ้น 11% จากการ ฟื้นตัวผ่านงานรับจ้างผลิต จากต่างประเทศ และจากสถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อน ก็ทำให้มูลค่าของอุตสาหกรรมแอนิเมชันเริ่มฟื้นตัวในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การรับจ้างผลิตขยายตัว 16% มีมูลค่ารวม 2,864 ล้านบาท

ขณะที่ อุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ มีมูลค่ารวมที่ 1,603 ล้านบาท หดตัวลง 18% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและโควิด-19 ทำให้กำลังซื้อลดลงการบริโภคสินค้าในกลุ่มชองที่ระลึก และแฟชั่นลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าการเช่า/ซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์หดตัวเฉลี่ย 50% โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 486 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 1,425 ล้านบาทในปี 61

“ดีป้า และหน่วยร่วมดำเนินการทั้งหมดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ปี 64 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปีจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจวางแผนธุรกิจ รับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 และการปรับตัวเพื่อหาโอกาสทางเศรษฐกิจจากเทคโนโลยีอุบัติใหม่ โดยการนำแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย อีกทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของรัฐบาลในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป” รองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว