สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ว่า สมาคมธนาคารเลบานอนออกแถลงการณ์ ว่าสถาบันการเงินทุกแห่งในประเทศจะยังคงปิดทำการต่อไป “อย่างไม่มีกำหนด” ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัย เนื่องจากบรรยากาศของการปลุกระดมยังคงเกิดขึ้นโดยทั่วไป


ทั้งนี้ ธนาคารทุกแห่งในเลบานอน พร้อมใจกันปิดทำการ ระหว่างวันจันทร์ถึงวันพุธที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุประชาชนพกอาวุธบุกปล้นธนาคารบ่อยครั้งขึ้นในระยะหลัง เพื่อจี้ชิงเงินฝากของตัวเอง โดยนับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมื่อปี 2562 ธนาคารในเลบานอนใช้นโยบายจำกัดการถอนเงินของประชาชน และเงินส่วนใหญ่ที่ได้รับจะเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เนื่องจากเงินปอนด์เลบานอน เสื่อมค่ามากกว่า 95% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ


ขณะที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) วิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเลบานอน มีความวิกฤติที่สุดนับตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 1800 และ 80% ของประชากรในเลบานอน ซึ่งมีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากวิกฤติความยากจนที่พุ่งสูงขึ้น ตามรายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)


ด้านรัฐบาลเลบานอนยังคงพยายามเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อขอให้มีการอนุมัติโครงการช่วยเหลือมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 112,344 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : REUTERS