เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายลลิต ถนอมสิงห์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชน ณ ห้อง 210 ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งด้านการพัฒนาดิน น้ำ ป่าไม้ และการพัฒนาอาชีพ เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศูนย์สาขาที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้หลุดพ้นจากปัญหาการประกอบอาชีพให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงวางรากฐานแนวทางการพัฒนาอันก่อเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างยั่งยืนจวบจนปัจจุบัน
สำหรับ 4 องค์กร ประกอบด้วย สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จึงร่วมจัดทำโครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชนขึ้น โดยมีเป้าหมาย เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้มีความรู้ ความเข้าใจในแนวพระราชดำริ ด้วยการเชื่อมโยงองค์ความรู้การพัฒนา
จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สังเคราะห์ให้สอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยการจัดทำสื่อองค์ความรู้ ผลิตสื่อ อุปกรณ์ที่เข้าใจง่าย ทันสมัย และเหมาะสมกับเยาวชนในช่วงระดับชั้น เผยแพร่ขยายผลองค์ความรู้ไปสู่เยาวชนในพื้นที่โรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง ศูนย์สาขา โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ให้ได้รับความรู้ในรูปแบบ Play and Learn โดยสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา สนับสนุนแนะนำการจัดทำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ประสานงานเครือข่ายในการจัดทำองค์ที่ความรู้และขยายผลไปยังกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่โครงการ สำนักงาน กปร. กำหนดและกำกับการนำเสนอองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อจัดทำสื่อการเรียนการสอน พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูลให้คำแนะนำในการจัดทำสื่อองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวว่า สพฐ.เน้นให้โรงเรียนได้ดำเนินการบูรณาการแหล่งเรียนรู้ใกล้โรงเรียนให้กลายเป็นห้องเรียน ถอดตัวชี้วัดจากมาตรฐานของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นำไปเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ ด้วยรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้นักเรียนได้คิด ได้ปฏิบัติจนถึงขั้น Apply ปรับประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะที่เกิดจากการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ซึ่งในการบูรณาการตัวชี้วัดในแหล่งเรียนรู้นั้นทำให้นักเรียนได้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตรชาติ ทั้งมาตรฐานตัวชี้วัด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ที่ให้ใช้ Soft Power จากแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งที่เกิดจากการบ่มเพาะมาเป็นระยะเวลานานจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย และนโยบาย Quick Win ของเลขาธิการ กพฐ. นายอัมพร พินะสา ที่ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก กับการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรชาติ
นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้ให้โรงเรียนในสังกัด ได้ใช้แหล่งเรียนรู้เป็นหน่วยบูรณาการการเรียนรู้ นำนักเรียนไปใช้เพื่อจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยขณะนี้โรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง ศูนย์สาขา โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ รวมถึงได้ให้เขตพื้นที่การศึกษา โดย ศน.แปลงองค์ความรู้เป็นตัวชี้วัด และผอ.หนุนเสริม นำนักเรียนในโรงเรียนไปเรียนรู้ซึ่งได้ประโยชน์มากเพราะเป็น Apply ความรู้ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพและช่วยครูและนักเรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้ผ่านการปฏิบัติได้เป็นอย่างดี ได้เห็นของจริง สัมผัสธรรมชาติและเกิดกระบวนการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ทั้งนี้ สพฐ.จะติดตามและประเมินผลการถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริอย่างเข้มแข็งต่อไป และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการจัดทำสื่อองค์ความรู้ ผลิตสื่อ อุปกรณ์ ในการเผยแพร่องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ รวมถึงสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการผลิตสื่อ อุปกรณ์สำหรับครูและนักเรียน พร้อมกับสนับสนุนการขยายผลองค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ในโรงเรียนเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยผลิตสื่อและอุปกรณ์ที่ทันสมัยสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการเรียนรู้ได้ตามยุคสมัย บรรจุในรถยนต์ (Mobile Unit) ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ห่างไกลในพื้นที่ยากลำบากต่อการเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
จากการทำความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ได้รับคุณค่าจากแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ทักษะ และที่สำคัญคือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ทั้งนี้ โครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชน ไม่เป็นเพียงการพัฒนาด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตแก่เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติ รวมถึงการสืบสาน รักษา ต่อยอดแนวพระราชดำริการพัฒนาทำให้นักเรียนได้รับความรู้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป รองเลขาฯ กล่าว.



