สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีส ผู้นำออสเตรเลีย และนายมาร์ค เดรย์ฟัส อัยการสูงสุด กล่าวในแถลงการณ์ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว “จะฟื้นฟูความไว้วางใจและความมั่นคงในการเมือง” และงบประมาณสนับสนุนราว  262 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 6,400 ล้านบาท) ตลอดระยะเวลา 4 ปี

ทั้งนี้ คณะกรรมการจะสอบสวนการทุจริคตที่ร้ายแรงหรือเป็นระบบ โดยคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลกลาง, สมาชิกรัฐสภา, เจ้าหน้าที่ทางการเมือง และพนักงาน หรือผู้รับเหมาของหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งทางคณะกรรมการยังจะมีอำนาจตรวจสอบย้อนหลัง และสามารถค้นหาการทุจริต หรือส่งต่อคดีอาญาให้กับตำรวจสหพันธ์หรือพนักงานอัยการได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเสรีนิยมชุดก่อนหน้าของนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ซึ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เคยคัดค้านการเรียกร้องให้มีเจ้าหน้าเฝ้าระวังของรัฐบาลกลาง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องลักษณะสาธารณะของการพิจารณาคดีทุจริตในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และความเสียหายที่เกิดกับอาชีพการงาน แม้ว่าท้ายที่สุด การตรวจสอบการทุจริตจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม

นอกจากนี้ คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติจะสามารถจัดประชาพิจารณ์ “ในสถานการณ์พิเศษ” และเมื่อเป็นเรื่องทิ่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน ซึ่งผลการตรวจสอบของคณะกรรมการจะได้รับการพิจารณาจากศาลด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS