เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยชี้ขาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอดปมวาระ 8 ปี ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อได้ถึงปี 2568 ตาม รธน.มาตรา 158 วรรคสี่ นั้น นาย​ชัชชาติ​ สิทธิ​พันธุ์​ ผู้​ว่าราชการ​กรุงเทพ​มหานคร​ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนของกรุงเทพมหานคร (กรอ.กทม.) ครั้งที่ 1/2565 ว่า ไม่ว่าท่านไหนจะเป็นนายกฯ​ ทุกคนก็เห็นแล้วตั้งแต่ที่ผ่านมา ​ไม่ว่าจะเป็นพลเอก​ประยุทธ์​ หรือพลเอก​ประวิตร​ ตนก็ทำงานได้​หมด​ ก็ไม่มีปัญหาอะไร​ รัฐบาลก็ส่วนหนึ่ง​ ส่วนท้องถิ่นก็ทำงานได้กับทุกคน​

ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนรับมือม็อบที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ว่า เรื่องม็อบ​ทุกอย่างก็ทำตามแผน​ กทม.มีหน้าที่อำนวยความสะดวก​ เรื่องห้องน้ำ​ เรื่องความปลอดภัย ส่วนความมั่นคง เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ ไม่มีปัญหาอะไร​ ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง​

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามภาคเอกชน​ว่า มีความคิดเห็นอย่างไรกับคำพิพากษา​ของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้​ นายสนั่น​ อังอุบลกุล​ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย​ ได้กล่าวว่า​ คำพิพากษา​ของศาลรัฐธรรมนูญ​มีความชัดเจน​ ขณะเดียวกันเราจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม​ APEC คิดว่าเราจำเป็นจะต้องมีนายกรัฐมนตรี​ที่จะมาเป็นเจ้าภาพ​ ตนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องสามารถให้ความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องปัญหา​ เรื่องปากท้องของประชาชน​ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่​ ต้องทำให้ประชาชนมีความเข้าใจด้วยว่า ในอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนเรื่องการชุมนุมก็ต้องอย่าใช้ความรุนแรง​ ในเรื่องการประท้วงเป็นระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว​ อย่าให้มีการเผชิญหน้าต่อกัน ​เพราะจะมีผู้นำของประเทศต่างๆ ที่จะเข้ามาประชุม​เราต้องเป็นเจ้าภาพที่ดี.