สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า สำนักงานชันสูตรของอิหร่านออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการชันสูตรพลิกศพ น.ส.มาห์ซา อมินี หญิงสาวชาวอิหร่าน วัย 22 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างอยู่ภายในการควบคุมของตำรวจ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า เธอเสียชีวิตด้วยสาเหตุจาก “ระบบอวัยวะภายในล้มเหลว” ซึ่งเป็นผลจากภาวะสมองขาดออกซิเจน “ไม่ใช่บาดแผลที่ศรีษะ และการกระทบกระเทือนที่แขนและขา”
อย่างไรก็ตาม ไม่มีเนื้อหาตอนใดในแถลงการณ์ที่ระบุว่า ตามร่างกายของอมินีมีบาดแผลหรือไม่ แต่ระบุว่า ในวันเกิดเหตุ อมินีเป็นลมหมดสติและล้มลง แม้เธอฟื้นคืนสติทว่าในที่สุดล้มลงหมดสติอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ชันสูตรวิเคราะห์ว่า มีความเกี่ยวข้องกับ “โรคประจำตัว”
Iranian coroner says Mahsa Amini did not die from blows to body https://t.co/ZVfMtc73ax
— Reuters Iran (@ReutersIran) October 7, 2022
ขณะที่ ทนายความของครอบครัวอมินีมี แถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า “แพทย์ที่เชื่อถือได้หลายคน” ให้ความเห็นว่า เธอได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย ระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจศีลธรรมในกรุงเตหะราน ฐานไม่สวมฮิญาบคลุมศีรษะ และแต่งกาย “ไม่สุภาพ”
Students at one of Iran's top universities clashed with police, resulting in mass arrests, as protests over the death of Mahsa Amini show no sign of diminishing.
— DW News (@dwnews) October 6, 2022
Meanwhile, the country's supreme leader blames the US and Israel for the unrest. pic.twitter.com/7gvR7RvywQ
ทั้งนี้ อมินี เสียชีวิตภายในอีก 3 วันหลังจากนั้น และจุดชนวนการประท้วงใหญ่ทั่วอิหร่าน จนถึงตอนนี้ รัฐบาลเตหะรานรายงานจำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ “เป็นจำนวนมาก” และผู้ประท้วงเสียชีวิต “มากกว่า 40 ราย” แต่ข้อมูลจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่ง ระบุว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตมากกว่า 130 ราย และถูกจับกุมอีกหลายพันคน
ด้าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงว่า บานปลายจากการเรียกร้องสิทธิให้อมินี เป็นการต่อต้านรัฐบาล สถานการณ์ตอนนี้เป็น “การจลาจลที่จัดตั้งโดยสหรัฐและอิสราเอล”.
เครดิตภาพ : REUTERS



