สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นชาวญี่ปุ่น จัดทำเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยสำนักข่าวเกียวโด ปรากฏว่า คะแนนสนับสนุนที่มีต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ อยู่ที่เพียง 35% ลดลงจาก 40% เมื่อช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ถือเป็นระดับต่ำที่สุด นับตั้งแต่คิชิดะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน ต.ค. 2564 ขณะที่ 48% ของกลุ่มตัวอย่างกล่าวว่า ไม่สนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน


83% ของกลุ่มตัวอย่างให้ความเห็นว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งคิชิดะเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลญี่ปุ่น “ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเพียงพอ” ในการชี้แจงความเชื่อมโยงกับสหพันธ์ครอบครัว เพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (เอฟเอฟดับเบิลยูพียู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งความสามัคคี” โดยมีเพียง 13% ที่กล่าวว่า ผู้นำญี่ปุ่นและพรรคแอลดีพี สามารถชี้แจงเรื่องนี้ได้อย่างแจ่มแจ้ง


อนึ่ง คิชิดะ ปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการปลดรัฐมนตรีหลายคน ที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี โดยหนึ่งในผู้ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง คือ นายโนบุโอะ คิชิ ออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม


ทั้งนี้ คิชิเป็นลูกพี่ลูกน้องของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมจากการถูกลอบสังหาร เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา และคนร้ายคือนายเทตสึยะ ยามากามิ ให้การต่อตำรวจ ว่าแรงจูงใจมาจากความเชื่อว่า อาเบะมีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมารดาของยามากามิเป็นสมาชิก และบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวเกิดปัญหา


นอกจากนี้ สำนักข่าวเกียวโดยังสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจด้วย ซึ่ง 79% กล่าวว่า สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นหลายอย่าง “มีราคาแพงขึ้น” และ 21% กล่าวว่า “ไม่ได้รับผลกระทบ” จากภาวะดังกล่าว.

เครดิตภาพ : REUTERS