สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะยืดเยื้อตลอดช่วงฤดูหนาวนี้ แต่รัฐบาลอวอชิงตันเชื่อมั่นว่า ยูเครนมีศักยภาพมากเพียงพอที่จะฝ่าฟันความยากลำบากดังกล่าวไปได้ พร้อมทั้งยืนยันว่า สหรัฐและพันธมิตรจะเดินหน้าส่งมอบความสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้แก่กองทัพยูเครน


ขณะที่นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวว่า สมาชิกนาโตทั้ง 30 ประเทศ จะร่วมกันเดินหน้าแผนการซ้อมรบเพื่อยกระดับความพร้อมด้านนิวเคลียร์ ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของนาโตกล่าวว่า หากรัสเซียตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครนจริง จะนำไปสู่ “การโต้ตอบอย่างเป็นรูปธรรม” ทั้งจาก “พันธมิตรของนาโตและนาโตเอง” แต่ยังปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม


ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงวิกฤติพลังงานในยุโรป ว่าเป็นผลจากการขับเคลื่อนนโยบายของอีกฝ่ายเอง ซึ่งสร้างภาวะตึงตัวอย่างหนักให้แก่อุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ปูตินย้ำว่า เหตุรอยรั่วเมื่อเดือนที่แล้ว กับท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และ 2 ที่ลอดผ่านใต้ทะเลบอลติก “เป็นการก่อการร้ายระหว่างประเทศ โดยกลุ่มคนซึ่งได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด” แล้วยื่นข้อเสนอการส่งก๊าซผ่านตุรกี หรือผ่านท่อนอร์ดสตรีม 2 ซึ่งสร้างเสร็จนานแล้ว ทว่าเยอรมนีระงับการออกใบอนุญาตขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเดือน ก.พ. ปีนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับยุโรปเอง”


นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียยังคงเตือนว่า หากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี 7” เดินหน้าใช้ “กลไกควบคุม” เพื่อกดราคาน้ำมันของรัสเซียให้เหลือเพียงครึ่งเดียวของราคาปัจจุบัน สถานการณ์พลังงานโลกจะยิ่งเลวร้าย หลังมีการพบรอยรั่ว ที่ท่อส่งน้ำมันจากรัสเซียสู่เยอรมนี ในเส้นทางผ่านโปแลนด์.

เครดิตภาพ : REUTERS