สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า นายวลาดิเมียร์ ซัลโด ผู้ว่าการภูมิภาคเคียร์ซอน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัสเซีย แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี “แนะนำ” ให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นเพราะการโจมตีโดยขีปนาวุธ โดยมีการเน้นย้ำด้วยว่า ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทางตะวันตกของแม่น้ำไนเปอร์ ซึ่งรวมถึงเมืองเคียร์ซอนที่เป็นเมืองเอก “สมควรอพยพ”


ขณะที่สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานเพิ่มเติมว่า ประชาชนกลุ่มแรกซึ่งอพยพออกจากภูมิภาคเคียร์ซอน จะเดินทางถึงภูมิภาครอสตอฟ ที่อยู่ทางตะวันตกของรัสเซีย ในวันศุกร์ที่ 14 ต.ค. นี้ ตามเวลาท้องถิ่น และหน่วยงานท้องถิ่นจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับประชาชนที่จะอพยพข้ามพรมแดนมาแล้ว

ประชาชนในเขตชานเมืองเคียร์ซอน รับของแจกจากโครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังกองทัพยูเครนปฏิบัติการโต้กลับ ในสมรภูมิทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งหนึ่งในพื้นที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง คือภูมิภาคเคียร์ซอน ที่เป็น 1 ใน 4 เขตขัดแย้ง ที่รัสเซียผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่ง ร่วมกับโดเนตสก์ ลูฮันสก์ และซาโปริชเชีย ตามการลงประชามติของประชาชนในพื้นที่ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเท่ากับเป็นการผนวกรวมดินแดนจากยูเครนเพิ่มอีก 15% เทียบเท่าอาณาเขตของโปรตุเกส


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินหน้าเรียกร้องขอความสนับสนุนทางทหารจากตะวันตก โดยเฉพาะระบบป้องกันทางอากาศ เนื่องจากจนถึงตอนนี้ได้รับมอบเพียง 10% ด้านองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยืนยันการเดินหน้ามอบความสนับสนุนทุกด้าน เพื่อให้ยูเครนฝ่าฟันการสู้รบที่มีแนวโน้มสูงมาก ว่าจะยืดเยื้อตลอดฤดูหนาวนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES