สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัมปาลา ประเทศยูกันดา เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า ในการกล่าวแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ มูเซเวนีมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง เข้าจับกุมผู้ป่วยสงสัยที่อาจติดเชื้อไวรัสอีโบลาได้ หากพวกเขาปฏิเสธที่จะแยกกักตัว
ขณะที่ นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวในการประชุมจากเมืองเจนีวา ว่า การทดลองทางคลินิกจะเริ่มต้น ภายในไม่กี่สัปดาห์นี้ โดยจะเกี่ยวข้องกับยาที่ใช้ต่อสู้กับโรคอีโบลาสายพันธุ์เฉพาะ ที่กำลังระบาดในยูกันดา หรือเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
#Uganda ???????? has recently declared an outbreak of the Sudan #ebolavirus.
— WHO African Region (@WHOAFRO) October 13, 2022
Here’s everything you need to know about the #Ebola virus, its symptoms & how it spreads ⬇️#ViralFactsAfrica @viralfacts pic.twitter.com/rYUIjGhTSI
ทั้งนี้ มูเซเวนี กล่าวว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพียงรายเดียวในกรุงกัมปาลา โดยเขาเป็นชายวัย 45 ปี ที่มีเชื้อสายชาวคองโก ซึ่งหนีการกักตัวในเขตมูเบนเด หลังจากญาติคนหนึ่งเสียชีวิต และไปขอความช่วยเหลือจากหมอผี
“หมอผี, แพทย์พื้นบ้าน และแพทย์สมุนไพร ไม่ควรรับรักษาผู้ป่วยในตอนนี้ กรุณาหยุดสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ด้วย” มูเซเวนี กล่าว
“โชคร้ายที่วัคซีนป้องกันอีโบลา ซึ่งมีประสิทธิภาพมากในการควบคุมการระบาดครั้งล่าสุดในสาธารรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) กลับไม่มีผลกับเชื้อไวรัสอีโบลา ชนิดที่เป็นต้นเหตุของการระบาดในยูกันดา ณ ปัจจุบัน” นพ.เทดรอส กล่าวในการประชุม
นอกจากนี้ การประเมินของดับเบิลยูเอชโอ ยังพบว่า ความเสี่ยงของการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน “อยู่ในระดับสูง” เนื่องจากการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดม ระหว่างยูกันดาและประเทศอื่น ๆ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



