สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่า จากกรณีสภาแห่งชาติของตุรกี มีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รับรองกฎหมายซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน เป็นการปรับแก้เนื้อหาบางส่วนของมาตรา 29 ให้เป็นการระบุว่า บุคคลใดก็ตาม ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เกี่ยวกับความมั่นคงของตุรกี เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกระตุ้นให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในสังคม บุคคลนั้นอาจต้องระวางโทษจำคุกระหว่าง 1-3 ปี
พรรคสาธารณรัฐประชาชน (ซีเอชพี) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านของตุรกี ประกาศการเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทันทีที่กฎหมายดังกล่าวได้รับการประกาศลงในรัฐกิจจานุเบกษา ด้านพรรคความยุติธรรมและการพัฒนา (เอเคพี) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ปกป้องทุกคน” จาก “ข้อกล่าวหาที่บิดเบือนบนโซเชียลมีเดีย”
Turkey's parliament has adopted a media law introducing jail terms for spreading "disinformation." It also requires social networks and internet sites to hand over personal details of users.https://t.co/OpHqWbwcz6
— DW News (@dwnews) October 14, 2022
ขณะที่ฝ่ายค้านและนักสิทธิมนุษยชนวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายดังกล่าวอย่างหนัก ว่ายังไม่มีการระบุอย่างชัดเจน เกี่ยวกับ “เนื้อหาที่บิดเบือนและเป็นเท็จ” ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสโดยปริยาย ให้ภาครัฐสามารถยกระดับมาตรการปราบปรามและกวาดล้างกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง

ทั้งนี้ ตุรกีมีกำหนดจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 18 มิ.ย. ปีหน้า และประเด็นเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ประกอบการตัดสินใจของประชาชน โดยผลสำรวจความคิดเห็นที่มีการจัดทำเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ความนิยมของชาวตุรกีที่มีต่อเออร์โดกันและพรรคเอเคพี ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ลดลงอย่างมาก เหตุจากมาตรการควบคุมสื่อของรัฐบาล
อนึ่ง นับตั้งแต่เออร์โดกันขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของตุรกี เมื่อปี 2557 มีการตัดสินข้อหาดูหมิ่นผู้นำประเทศแล้วเกือบ 13,000 คดี โดยความผิดฐานหมิ่นประมาทประมุขของประเทศ มีบทลงโทษจำคุกระหว่าง 1-4 ปี
ด้านศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป (อีซีเอชอาร์) เคยเรียกร้องรัฐบาลตุรกี “ปฏิรูป” กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในด้านการแสดงความคิดเห็น.
เครดิตภาพ : REUTERS



