สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า นายพิลาวัล บุตโต-ซาร์ดารี รมว.การต่างประเทศปากีสถาน แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า มีการเชิญนายโดนัลด์ โบลม เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงอิสลามาบัด เข้าพบเพื่อ “ปรึกษาหารือ” และเชื่อมั่นว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในทางใด ต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี
ทั้งนี้ บุตโต-ซาร์ดารี กล่าวว่า ปากีสถาน “ประหลาดใจอย่างยิ่ง” ต่อคำกล่าวของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายนิวเคลียร์ของรัฐบาลอิสลามาบัด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) ทุกประการ
US President Biden said Pakistan is one of the ‘most dangerous’ nations which has ‘nuclear weapons without any cohesion’ https://t.co/giA01b4bvo pic.twitter.com/AdhKCLMpwZ
— Al Jazeera English (@AJEnglish) October 15, 2022
อนึ่ง ไบเดนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ปากีสถาน “อาจเป็นหนึ่งในประเทศอันตรายที่สุดในโลก” เนื่องจาก “ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์โดยปราศจากความสอดคล้องกัน”
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับปากีสถานเป็นไปอย่างไม่สู้ดีนักมานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประกาศเมื่อปี 2561 ระงับความสนับสนุนมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 11,481.30 ล้านบาท ) ให้แก่ปากีสถาน เนื่องจากรัฐบาลอิสลามาบัดให้ความสนับสนุนและเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มก่อการร้าย ทั้งกลุ่มอัล-กออิดะห์ และกลุ่มตาลีบัน
อย่างไรก็ดี สภาคองเกรสในกรุงวอชิงตัน เพิ่งอนุมัติข้อตกลงขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ให้แก่ปากีสถาน รวมมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 17,221.95 ล้านบาท ).
เครดิตภาพ : REUTERS



