“ขาสั้น คอซอง” กลับมาแล้วจ้า สัปดาห์นี้ขอเปิดพื้นที่เต็มๆ ให้กับ “หลิวต๊ะ” ด.ช.นครินทร์ ไชยทน ม.2 โรงเรียนอนุบาลเชียงของ จ.เชียงราย เยาวชนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบและสนใจดนตรี รวมทั้งศิลปะการแสดงของภาคเหนือ โดยเริ่มเรียนดนตรีพื้นเมืองของภาคเหนือชิ้นแรก คือ “ซึง” ขณะอยู่ชั้น ป.3 จากนั้นได้มีโอกาสตีกลองสะบัดชัยในชมรมดนตรีพื้นเมืองของโรงเรียน ภายใต้ชื่อทีมว่า “กลองสะบัดชัยลูกน้ำของ (โขง)” และนั่นนับเป็นจุดเริ่มต้นให้ “หลิวต๊ะ” เกิดความชื่นชอบในการตีกลองสะบัดชัย

“หลิวต๊ะ” เล่าว่า ทางโรงเรียนให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านดนตรี นาฏศิลป์ กีฬา และนันทนาการ เป็นอย่างดี ทั้งอดีตผู้อำนวยการ อัครเดช ยมภักดี และผู้อำนวยการคนปัจจุบัน วายุวัฒน์ ชัยวรรณะ ทั้งสนับสนุนการจัดซื้อกลองสะบัดชัยไว้ให้เด็กในโรงเรียนได้ฝึกซ้อม และยังมีคุณครู สรัญญา ปุกปินกาศ ที่พานักเรียนในชมรมเดินทางข้ามดอย ไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง เพื่อเรียนรู้กระบวนท่าการตีกลอง และการร่ายรำอย่างมีแบบแผน และท่วงท่าที่ถูกต้อง จาก กลุ่มเยาวชนรักษ์ศิลป์ล้านนา ลูกศิษย์พระอาจารย์สมคิด ชมภูถี ที่พระวัดท่าเดื่อ อ.เชียงแสน

ด้วยความสามารถด้านการตีกลองสะบัดชัยทำให้ “หลิวต๊ะ” ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ โดยรางวัลแรกที่ได้รับจากการแข่งขันตีกลองสะบัดชัย คือ รางวัลชมเชยอันดับ 1 การประกวดแข่งขันการตีกลองสะบัดชัย โครงการไหว้สาป๋าระมี พระราชชายาดารารัศมี ประจำปี พ.ศ. 2563 ที่ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งแรก หลังจากนั้น “หลิวต๊ะ” ได้เข้าร่วมกิจกรรมประกวดด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในระดับชุมชน จังหวัด และระดับภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับ รางวัลประกาศเกียรติคุณ “วัฒนธรรมวินิต” ระดับชมเชย ในงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2564 จากกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และล่าสุดยังได้มีโอกาสแสดงการตีกลองสะบัดชัยในงาน เปิดตัวการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชุมชนเมืองเก่าสบสม-หาดไคร้ โดย “หลิวต๊ะ” ทำหน้าที่เป็นผู้นำทีม กลองสะบัดชัยลูกน้ำของ (โขง) ซึ่งเป็นการตีคุมจังหวะเพื่อให้สนุกสนานและเร้าใจ

“กลองสะบัดชัยมีลวดลายที่สวยงาม มีจังหวะที่เร้าใจ และเป็นดนตรีที่สำคัญของภาคเหนือ ซึ่งในสมัยก่อนชาวบ้านมักตีเพื่อปลุกใจก่อนออกศึกสงคราม ในสมัยนี้ตีเพื่อเปิดงาน เบิกฤกษ์เบิกชัยให้งานมงคล เราควรสืบทอดต่อไปเรื่อยๆ และสืบสานต่อไปไม่ให้สูญหาย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็น ได้แสดงต่อไป และในด้านการต่อยอดศิลปวัฒนธรรมดนตรีพื้นเมือง ผมจะสร้างวงร่วมกับพี่ๆ ที่เป็นศิษย์เก่า มารวมตัวกันเล่นและแสดงให้กับชุมชนและจังหวัดด้วย” “หลิวต๊ะ” บอกถึงความมุ่งมั่นที่จะสืบสานการตีกลองสะบัดชัย
นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่มีใจรักในดนตรีพื้นเมืองของท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ และมีความตั้งใจจริงที่จะสืบสานรักษาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นการแสดงที่มีความสวยงาม เร้าใจ ของ “กลองสะบัดชัย” เครื่องดนตรีพื้นเมืองของภาคเหนือ ต่อไป.



