สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า  สัตว์ปีกมากกว่า 47 ล้านตัว ตายจากการติดเชื้อไข้หวัดนก และการฆ่าเพื่อลดจำนวนสัตว์ ส่งผลให้เกิดการห้ามส่งออก, ลดการผลิตไข่ไก่และไก่งวง และมีส่วนทำให้ราคาสินค้าหลักสูงเป็นประวัติการณ์ก่อนช่วงเทศกาลวันหยุดของสหรัฐ อีกทั้งการรระบาดครั้งนี้ ยังทำให้ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น สำหรับผู้บริโภคที่เผชิญกับปัญหาภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง

นางโรสแมรี ซิฟฟอร์ด หัวหน้าสัตวแพทย์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรกำลังต่อสู้กับสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัส “เอช5เอ็น1” ซึ่งรอดชีวิตในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ทั้งที่ตามปกติแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้น มักจะลดเชื้อไข้หวัดนกลง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หลายคนพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อยดังกล่าวในนกป่าหลายชนิด เช่น เป็ด มากกว่าที่เคยพบในอดีต และดูเหมือนว่าเชื้อจะอยู่ในตัวสัตว์ปีกนานกว่าเดิมด้วย โดย ซิฟฟอร์ด กล่าวเพิ่มเติมว่า ภัยคุกคามของการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น อาจคงอยู่จนถึงช่วงฤดูร้อนปีหน้า เมื่อนกป่าเหล่านั้นทำการอพยพ

“ไวรัสชนิดนี้ อาจมีอยู่กับนกป่าในอนาคตอันใกล้ และมันมีความแตกต่างอย่างแน่นอน” ซิฟฟอร์ด กล่าว

การระบาดครั้งนี้ทำให้ฝูงสัตว์ปีกใน 42 รัฐ ติดเชื้อตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นจำนวน 2 เท่าของตัวเลขในปี 2558 ตามบันทึกของยูเอสดีเอ แม้ว่าการติดเชื้อจะชะลอตัวลงในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และมันไม่ได้หยุดแพร่ระบาดเหมือนกับปี 2558 ซึ่งความทนทายาดของเชื้อไวรัส สร้างความตกใจให้กับผู้ผลิตบางราย จนทำให้มีการเพิ่มการทำความสะอาดและความปลอดภัยในโรงนาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“น่าเสียดายที่สิ่งที่พวกเราทำ อาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันไวรัสปริมาณมากในประชากรนกป่าเช่นนี้” ซิฟฟอร์ด กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS