สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่า กระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับความคืบหน้าของการสอบสวน “ภาวะไตวายเฉียบพลัน” ซึ่งเกิดขึ้นกับเด็กเล็กในประเทศ ตั้งแต่เดือน ม.ค. ปีนี้ ว่า จำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 241 คน กระจายอยู่ในอย่างน้อย 22 จังหวัด และจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่อย่างน้อย 133 ราย เพิ่มขึ้นจากสถิติ 99 ราย ที่มีการรายงาน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา


แม้คณะกรรมการอาหารและยาของอินโดนีเซียยืนยันว่า ในประเทศไม่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกแบบของบริษัท ไมเดน ฟาร์มาซูติคอลส์ ของอินเดีย ซึ่งองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) สงสัยว่า ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมทั้ง 4 ยี่ห้อ ที่ผลิตโดยบริษัทแห่งนี้ ได้แก่ “Promethazine Oral Solution”, “Kofexmalin Baby Cough Syrup”, “Makoff Baby Cough Syrup” และ “Magrip N Cold Syrup” มีส่วนประกอบของ ไดเอทิลีนไกลคอล และเอทิลีนไกลคอล ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ใช้ทำละลายในอุตสาหกรรมเท่านั้น “ห้ามใช้ในอาหารและยาอย่างเด็ดขาด”


อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ยาแก้ไอน้ำเชื่อมบางชนิดที่ผู้ป่วยในอินโดนีเซียรับประทาน มีส่วนผสมของไดเอทิลีนไกลคอล และเอทิลีนไกลคอล เช่นกัน ซึ่งจะมีการสอบสวนขยายผลต่อไป กระนั้น ได้มีการสั่งห้ามการนำเข้า และการใช้สารประกอบต้องสงสัยทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งขอให้ทุกภาคส่วน งดการจำหน่ายยาน้ำเชื่อมแก้ไอทุกแบบด้วย


นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียประสานงานอย่างใกล้ชิดกับดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กมากกว่า 70 ราย ในแกมเบีย ว่า เป็นผลจากภาวะไตวายเฉียบพลัน และต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการรับประทานยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม 4 รายการ ซึ่งผลิตและส่งออกมาจาก ไมเดน ฟาร์มาซูติคอลส์.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES