สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติของศรีลังกา มีมติในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยเสียงสนับสนุนที่มากกว่าสองในสาม เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเพิ่มอีก “การยกเครื่อง” กลไกปราบปรามการคอร์รัปชั่น และการกำหนดแนวทางเพิ่มเติมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาความรุนแรงของวิกฤติเศรษฐกิจ
Breaking News : The 22nd Amendment to the Constitution was passed in Parliament during the Second Reading today with 179 MPs voting for and 1 against it. MP Sarath Weerasekera voted against it. #DailyMirror #SriLanka #SLnews pic.twitter.com/QJioJPPchG
— DailyMirror (@Dailymirror_SL) October 21, 2022
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้นำศรีลังกาในเวลานั้น คือประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา สนับสนุนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ที่เป็นการลดอำนาจของฝ่ายบริหารแล้วส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ราชปักษาลาออกจากตำแหน่งในอีก 1 เดือนต่อมา โดยเป็นผลจากการลุกฮือครั้งใหญ่ของประชาชน เนื่องจากโกรธแค้นการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล “ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง”
Sri Lanka’s 70% inflation is hitting its peak as crippling shortages ease and bailout funds look within reach, yet it’s far from putting the central bank governor at ease https://t.co/q4R2zYqqop
— Bloomberg (@business) October 21, 2022
ขณะที่เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) บรรลุเงื่อนไขเบื้องต้นร่วมกับศรีลังกา เพื่อจัดสรรเงินกู้งวดใหม่ที่จะมีมูลค่าประมาณ 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 109,061.75 ล้านบาท) ภายใต้เงื่อนไขหลายประการ รวมถึงการที่ศรีลังกาต้องแก้ปัญหาหนี้ในระยะยาว ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้รายอื่นด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้มีต่อ “ความยั่งยืนของหนี้” หมายความถึงความสามารถในการชำระคืนภายในกำหนด และการลดช่องว่างทางการเงิน เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น
ในอีกด้านหนึ่ง สำนักงานสถิติแห่งชาติของศรีลังการายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (เอ็นซีพีไอ) ซึ่งเป็นตัวเลขทางสถิติขั้นพื้นฐาน ที่ใช้เพื่อคำนวณอัตราเงินเฟ้อ ว่าสถิติประจำเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 73.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นจากสถิติ 70.2% จากเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



