28 ตุลาคม 2565 วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ที่ดำเนินงานมาครบรอบ 63 ปี กับบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 63 ปี วช. ได้สร้างฐานองค์ความรู้ ต่อยอดงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม และเชื่อมโยงการส่วนร่วมของเครือข่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่สำคัญ เช่น การให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้าน วทน. ของประเทศ การริเริ่มขับเคลื่อนและประสานงานโครงการวิจัยฯ ที่สำคัญของประเทศ การจัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย การส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยฯ และการให้รางวัลประกาศเกียรติคุณ หรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม  

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช. ในฐานะหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งสนับสนุนและขับเคลื่อนกลไกต่างๆ ในการพัฒนาประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2565 วช. ได้ขับเคลื่อนงานวิจัยไปแล้วไม่ต่ำกว่า 4,‪000-5‬,000 โครงการ และแผนภายใต้กรอบการวิจัยของ วช. ได้มีส่วนช่วยในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ของประเทศ ทั้งด้านการแพทย์ เกษตร สิ่งแวดล้อมและอื่นๆ ตามความเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ วช. ยังมีความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศในการพัฒนากำลังคนและสนับสนุนส่งนักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับนานาชาติ ขณะที่ “ผลงานระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรม (NRIIS)” ของ วช. ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2565 ในสาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพทางด้านการบริการที่ช่วยยกระดับโอกาสการเข้าถึงฐานข้อมูล ความรู้ การวิจัยและนวัตกรรมต่อสาธารณชนดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 63 ปี วช. จึงจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา วช. 63 ปี ”63 ปี วช. มุ่งสู่สังคมอุดมปัญญา พัฒนาไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่และภารกิจของ วช. และเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ จากเครือข่ายวิจัยรวมถึงเป็นเวทีให้ผู้เข้าร่วมงานจากทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน  

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การบรรยายพิเศษ “วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม : อดีต ปัจจุบัน อนาคต” โดย ศ.(กิตติคุณ) นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพและการประชุม “ถอดบทเรียนการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม โครงการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” การจัดแสดงนิทรรศการ ชิม ช้อป เพลิน เดินตลาดงานวิจัย ซึ่งมีผลงานวิจัยพร้อมใช้ที่น่าสนใจมาจัดแสดงอย่างเช่น “ViriGrit : เกล็ดประกายมุกไบโอแคลเซียมคาร์บอเนต” ต้นแบบผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงแปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้ง ผลงานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค สวทช.) ที่แปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ ขยะเหลือทิ้งให้เป็นแคลเซียมคาร์บอเนตบริสุทธิ์อัญรูปอะราโกไนต์ ระดับไมโครเมตรและนาโนเมตร มีลักษณะเป็นเกร็ดประกายคล้ายมุก สามารถใช้ในการประดับ ตกแต่งนวัตกรรม “ไอน้ำสมุนไพร” ทางเลือกใหม่สำหรับการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชอย่างปลอดภัย ที่พัฒนามาจากความรู้ของคนในชุมชนบ้านรางยอม ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ร่วมกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัจจุบันมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับชุมชนที่ด้อยโอกาสทางเทคโนโลยี จนสามารถสร้างศูนย์เรียนรู้และศูนย์การผลิตไอน้ำสมุนไพร ได้ถึง 3 ชุมชน และยังสามารถสร้างเครือข่ายการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานในรูปแบบ “ปราชญ์สู่ปราชญ์” จากชุมชนที่เข้มแข็งสู่ชุมชนด้อยโอกาสอีกด้วย 

นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกสายพันธุ์และขยายพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม และอินทผลัมเชิงพาณิชย์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้สามารถผลิตต้นพันธุ์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนเดิมได้จำนวนมากและการพัฒนาชุดความรู้และชุดประสบการณ์เพื่อการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทรัพยากรไผ่ จ.ปราจีนบุรี เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน ในงานยังมีการฝึกอาชีพและการถ่ายทอดความรู้และงานวิจัย การอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเพื่อประยุกต์สู่การวิจัย การถ่ายทอดความรู้พื้นที่ปลูกพืชในเมืองและนิทรรศการโรงกลั่นแอลกอฮอล์ตามแนวพระราชดำริ งานวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี จัดวันที่ 25-28 ตุลาคม 2565 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ.