เมื่อวันที่ 6 พ.ย. จากกรณี 2 หนุ่มแสร้งทำทีเป็นพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ น.ส.ณัฐณิชา กลมจัตุรัส อาชีพทำธุรกิจรถพ่วง รับซื้อยางพารา ที่ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ถูกรถที่วิ่งไล่กันมา 2 คัน ตบไฟใส่จนรถตัวเองเสียหลักตกถนนบริเวณทางโค้งปั๊มชูเพิ่มทรัพย์ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ขณะกำลังขับรถพาลูกชาย 5 ขวบ มุ่งหน้ากลับบ้าน ที่บ้านซับมงคล ต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ก่อนที่ชายทั้ง 2 คน จะแอบขโมยเงินสด 1.3 ล้านบาท ที่อยู่ในกระเป๋าบนรถหลบหนีไป เหตุเกิดช่วงคืนวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคนร้าย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสำนักงานกลุ่มชัยมงคลยางพารา ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.ณัฐณิชา กลมจัตุรัส พบว่ามีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกสวนยาง ที่นำยางพารามาขาย ช่วยกันนำร่างของ นส.ณัฐณิชา ขึ้นไปนอนบนแคร่ไม้ไผ่พร้อมก่อไฟไว้ด้านล่างทำการ “ย่างสด” รักษาตามความเชื่อโบราณหากใครประสบอุบัติเหตุเพื่อป้องกันอาการบอบช้ำเหรือเลือดคั่งภายใน โดย น.ส.ณัฐณิชา ยังอยู่ในอาการตกใจและเครียดกับเงินที่หายไป

น.ส.ณัฐณิชา เล่าว่า การซื้อขายยางพารานั้นจะซื้อขายเดือนละสองครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็จะรับซื้อยางพาราจากชาวสวนในวันเสาร์ ตนจึงไปเบิกเงินสดจากธนาคาร 1.3 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งแบงก์และเหรียญ บรรจุในกระเป๋า ปกติก็จะกลับไม่เกิน 5-6 โมงเย็น แต่วันที่เกิดเหตุต้องรอรับลูกชายที่ติดซ้อมฟุตบอลอยู่จึงกลับค่ำ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่ามีรถยนต์ 2 คันวิ่งแซงกันมา ตนจนชะลอความความเร็วลง และมีอีกคันที่แฉลบมาจะชนรถของตน จึงตัดสินหักหลบลงข้างถนนโชคดีที่ควบคุมรถได้และเป็นบริเวณที่เรียบ จากนั้นตนได้รีบแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือซึ่งใช้เวลาติดต่อกันนานพอสมควร

นักธุรกิจสาวขับรถถูกตบไฟใส่ตกข้างทาง 2 หนุ่มแสร้งเป็นพลเมืองดีช่วย แอบฉกเงิน 1.3 ล้าน

ขณะเดียวกันกับมีชาวบ้านเป็นผู้ชาย 2 คน เดินมาที่รถพร้อมกับเคาะประตูตะโกนถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ตนคิดว่าเป็นคนมาช่วยจึงเปิดประตูและบอกไปว่าช่วยหนูด้วย ขณะเดียวกันก็ก้มเก็บข้าวของที่ร่วงหล่น รวมทั้งเงินสดหลายมัดเข้ากระเป๋า ตนสังเกตเห็นว่ามีผู้ชายอีกคนอ้อมไปอีกด้านฝั่งตรงข้ามคนขับ และคว้ากระเป๋าใส่เงินและวิ่งหนีไปในความมืดทั้งสองคน ตนยังอยู่ในอาการตกใจประกอบกับเป็นห่วงสวัสดิภาพลูก จึงได้แต่นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงตนรู้สึกโล่ง

อย่างไรก็ตามในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาสอบปากคำ น.ส.ณัฐณิชา เพิ่มเติม ใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับและไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ.