เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษการประชุมต่อยอดการดำเนินงานสร้างเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาคุณภาพพิเศษ ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมี นายไพฑูรย์ จารุสาร ผอ.สมป. พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนเครือข่าย 12 แห่งทุกภูมิภาค ประกอบด้วย รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี รร.วัดเขมาภิรตาราม รร.ขอนแก่นวิทยายน รร.เบ็ญจะมะมหาราช รร.ยุพราชวิทยาลัย รร.บุญวาทย์วิทยาลัย รร.นครสวรรค์ รร.หาดใหญ่วิทยาลัย รร.เบญจมราชูทิศ รร.ระยองวิทยาคม รร.เบญจมราชูทิศ จันทบุรี รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และคณะทำงาน สมป. เข้าร่วมประชุม ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมต่อยอดในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเวทีนำเสนอจุดเด่นเฉพาะด้าน หรือต่อยอดนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเครือข่าย เพื่อให้ได้แนวปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเครือข่าย และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการและนวัตกรรมร่วมกัน อีกทั้งเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้สถานศึกษานำนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ สามารถสร้างสมรรถนะที่สำคัญและจำเป็นให้กับผู้เรียนได้
“จากการประชุมในครั้งนี้ สิ่งที่ขอฝากและประเด็นที่ควรต่อยอดคือเรื่องของการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ต้องให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของเป้าหมายหลักสูตรชาติ โดยต้องจัดกิจกรรมบูรณาการที่ให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างมีความหมาย สนุกกับการเรียนรู้ และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ลงสู่การปฏิบัติให้กับนักเรียนทุกคน รวมทั้งเสริมการขับเคลื่อนด้วยนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ KPI ของเลขาธิการ กพฐ.” ดร.เกศทิพย์ กล่าว
นอกจากนั้น สิ่งสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะต้องมุ่งสู่นักเรียน ซึ่งการร่วมมือกันของเครือข่ายโรงเรียนถือเป็นความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริม ดึงศักยภาพจากพหุปัญญาของนักเรียนทุกคน ให้เกิดเป็นทุกทักษะที่เด็กสนใจและถนัด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีข้อจำกัด สามารถทำให้เห็นผลเชิงประจักษ์ เกิดการพัฒนาในทุกมิติได้จากเครือข่ายที่เข้มแข็ง โดยผู้บริหารโรงเรียนจะต้องดึงอัตลักษณ์ของนักเรียน ซึ่งแต่ละคนอาจมีความโดดเด่นหลากหลายด้าน ไม่จำกัดว่าต้องเด่นเพียงด้านเดียว หากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพ ผลก็จะเกิดกับนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยวิเคราะห์ว่าจะต้องเติมเต็มศักยภาพในด้านใดบ้าง และสามารถนำมาเป็นสะพานเชื่อมขับเคลื่อนร่วมกัน
“อีกเรื่องที่ขอเสริม คือการให้ความสำคัญและเน้นเรื่องการลดความเครียดของผู้เรียน โดยสร้างเวทีที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าของตัวเอง และตระหนักถึงศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ พร้อมทั้งจัดรูปแบบการเรียนรู้ “เรียนน้อย แต่ได้มาก” โดยการลดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน ลดภาระชิ้นงานของนักเรียน โดยจัดทำเป็นหน่วยบูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียน เข้าสู่ขั้นประยุกต์ (Apply) ได้ง่าย และวิเคราะห์สิ่งที่ต้องเติมว่าโรงเรียนควรเพิ่มอะไร ขาดอะไร โดยผู้ประเมินเป็น ผอ.รร./ครู/ผู้ปกครอง/นักเรียน และสังคมทั้งใกล้โรงเรียน และตามแหล่งข่าวออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ก้าวตามทันและมองนำไปข้างหน้า เพื่อสร้างเด็กให้ก้าวทันและสง่างาม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของประเทศก็ตาม ให้เด็กสามารถ Smart ได้อย่างภูมิใจ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
สำหรับโครงการเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาคุณภาพพิเศษเพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ จากการประชุมต่อยอดการดำเนินงานสร้างเครือข่ายในครั้งนี้ ในที่ประชุมอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ เพื่อให้มีความเป็น One Vision, One Identity สามารถขับเคลื่อนการบริหารจัดการให้เป็นไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน รวมทั้งมีความชัดเจนเป็นแบบอย่างได้ โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพด้านวิชาการของนักเรียน มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมของโรงเรียนในเครือข่าย ซึ่งมีการมอบหมายให้ ผอ.อุดม ชูลีวรรณ ผอ.ณัฐวุฒิ รัตนอรุณ ผอ.พรศักดิ์ ทิพย์วงษ์ทอง ผอ.สมพร สังวาระ และ อ.พายุพงศ์ พายุหะ เป็นคณะจัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจให้แล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2566
ในขณะเดียวกันได้ดำเนินการเตรียมการจัดกิจกรรมตามที่ประชุมกำหนด ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการแข่งขันเท่านั้น แต่มุ่งหวังให้เป็นการฝึกนักเรียนให้ได้ลงมือทำ โดยมอบหมายโรงเรียนดำเนินการ 3 กิจกรรม ได้แก่กิจกรรมพัฒนาสุนทรียภาพด้านดนตรี โดยบูรณาการดนตรี 4 ภาค และกีฬา Esports ในเดือนมกราคม 2566 โดย รร.ยุพราชวิทยาลัย และ รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กิจกรรมพัฒนาเยาวชนผู้นำประชาธิปไตยมีจิตอาสาเสริมสร้างทักษะชีวิตวิถีใหม่ บูรณาการประวัติศาสตร์และป้องกันการทำร้ายตนเอง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 โดย รร.ระยองวิทยาคม และรร.เบญจมราชูทิศ กิจกรรมพัฒนาอาชีพ ศิลปะดิจิทัล (Digital Art) และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปี 2566 โดย รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี และ รร.วัดเขมาภิรตาราม



