สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่า บริษัทต่าง ๆ จะถูกเก็บภาษีพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวมูลค่า 100 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 62.26 บาท) ในทุก ๆ กิโลกรัมที่พวกเขาผลิตหรือนำเข้า และจะเพิ่มอัตราภาษี 4% ต่อปี ซึ่งจะเริ่มในปี 2569 เพื่อลดการใช้พลาสติกและปกป้องสิ่งแวดล้อม
ตามรายงานปี 2565 โดยองค์กร Our World in Data ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด พลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลกประมาณ 80% มาจากแม่น้ำในทวีปเอเชีย และฟิลิปปินส์เพียงประเทศเดียวมีส่วนเกี่ยวข้องถึง 30% ของตัวเลขทั้งหมด
The Philippines' lower house of Congress approved on Monday a measure that would slap taxes on single-use plastics, in step with President Ferdinand Marcos Jr's commitment to tackle ocean pollution. https://t.co/qYggzowHWi
— Reuters Science News (@ReutersScience) November 14, 2022
พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นที่แพร่หลายในฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการใช้มากถึง 163 ล้านชิ้นต่อวัน ตามผลการศึกษาปี 2559 ของกลุ่มสิ่งแวดล้อม “สหพันธ์เพื่อทางเลือกกำจัดขยะแบบอื่นนอกจากการเผา” (กายา)
ทั้งนี้ มาตรการเก็บภาษีพลาสติก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภา ก่อนที่จะส่งร่างกฎหมายไปให้มาร์กอสลงนามรับรองนั้น คาดว่าจะเพิ่มรายได้มากถึง 9,300 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ต่อปี (ประมาณ 5,800 ล้านบาท) โดยจะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการจัดการขยะมูลฝอยต่อไป
ขณะที่ มาร์กอส กล่าวในแถลงการณ์ครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ฟิลิปปินส์จะไม่หนีความรับผิดชอบของประเทศที่มีต่อโลก และจะ “สะสางปัญหาที่มีอยู่”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



