เมื่อวันที่ 16 พ.ย. เวลา 15.50 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในฐานะประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคปี 65 ให้สัมภาษณ์ถึงผลสัมฤทธิ์จากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคในการจัดทำเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีขาว (บีซีจี) ว่า เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยบีซีจีเป็นเอกสารที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันมาตั้งแต่ต้นปี 65 และได้เจรจาอย่างแข็งขันมาตลอด อีกทั้งในวันนี้ (16 พ.ย.) เป็นที่น่ายินดีที่คณะทำงานจาก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้มีฉันทามติบรรลุการยกร่างเป้าหมายฯ ดังกล่าวได้สำเร็จ เพื่อนำเสนอในการประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจต่อไป โดยเอกสารดังกล่าวเป็นการวางแนวทางให้กับเอเปคและสมาชิกเขตเศรษฐกิจทั้งหมดในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุลมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน และการไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยถือเป็นวาระแห่งชาติอยู่แล้ว

ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุมระดับผู้นำได้รับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว สำนักเลขาธิการเอเปคจะติดตามการดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวไปได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้เรายังเดินหน้าการสนับสนุนการเดินทางและการขนส่งสินค้าข้ามแดนให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 และที่สำคัญ ยังได้นำเรื่องการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก หรือ FTAAP มาพูดอีกครั้ง เพราะถ้าต้องการทำให้ภูมิภาคนี้มีความเจริญก้าวหน้าขึ้นและเป็นไปอย่างยั่งยืน จะต้องเพิ่มความพยายามในการส่งเสริมการค้าการลงทุน พร้อมกับลดข้อจำกัดต่างๆ ในด้านการค้าการลงทุน เราจึงได้หยิบยกเรื่อง FTAAP ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อสร้างการเจริญเติบโตให้แก่ภูมิภาคนี้ ซึ่งก็จะนำประเด็นเหล่านี้เสนอในเวทีระดับผู้นำด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีคนบางกลุ่มออกมาชุมนุมต่อต้านการประชุมเอเปค โดยอ้างว่าเป็นการประชุมที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่ม นายธานี กล่าวว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของกระแสการต่อต้านโลกาภิวัฒน์ แต่ตนคิดว่าจากการที่เวทีเอเปคเน้นเรื่องเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน จึงอาจทำให้คนบางส่วนมองว่าเน้นเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก ทั้งที่จริง เราไม่ได้พูดถึงเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทรายใหญ่ แต่ยังพูดถึงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของรายเล็กและรายย่อยให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงให้เขาได้มีส่วนในการค้าขายระหว่างประเทศด้วย เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กและขนายย่อยใน 21 เขตเศรษฐกิจ มีจำนวนรวมกันคิดเป็น ร้อยละ 97 ของจำนวนธุรกิจทั้งหมดของเอเปค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีผู้นำหรือผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจใดที่แสดงความกังวลต่อข่าวที่จะมีการชุมนุมต่อต้านการประชุมครั้งนี้บ้างหรือไม่ นายธานี กล่าวว่า ไม่มีใครยกเรื่องนี้มาพูดคุยกับตน ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่ว่าประเทศใดจัดการประชุมใหญ่ๆ ก็ย่อมมีคนออกมาเคลื่อนไหวหรือออกมาให้ความเห็น ถือเป็นเรื่องปกติ แต่เขายังเชื่อมั่นใจความสามารถของรัฐบาลผู้จัดการประชุม ว่ายังสามารถบริหารจัดการได้  

เมื่อถามว่า จากการที่บรรยากาศการเมืองระหว่างประเทศมีความตึงเครียด คิดว่าการประชุมระดับผู้นำจะสามารถหาฉันทามติร่วมกันในการบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ นายธานี กล่าวว่า แม้บางเขตเศรษฐกิจมีมุมมองที่ต่างกันในบางเรื่อง แต่เชื่อว่าทุกเขตเศรษฐกิจตระหนักดีว่า จำเป็นต้องร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เพื่อร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วมที่จะเป็นที่ยอมรับแก่ทุกฝ่าย.