สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงสถานการณ์ของโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบพลังงานในประเทศ ว่า ตอนนี้ประชากรราว 10 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของทั้งประเทศ ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ เนื่องจาก “เกือบครึ่งหนึ่ง” ของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องในยูเครน ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางทหารของกองทัพรัสเซีย
ยิ่งไปกว่านั้น ภูมิภาคหลายแห่ง ใช้วิธีปันส่วนและตัดกระแสไฟฟ้ามานานระยะหนึ่งแล้วด้วย ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) แสดงความวิตกกังวลอย่างหนักต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากโดยปกติ ยูเครนเป็นประเทศซึ่งเผชิญกับฤดูหนาวที่ยาวนาน และอุณหภูมิในบางช่วงลดลงจนติดลบมากกว่า 20 องศาเซลเซียส
Blackouts are spreading across Ukraine as the country approaches the winter months, leaving 10 million people without power https://t.co/kMIa9ke92w pic.twitter.com/JhwaOdYT5K
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) November 18, 2022
ในอีกด้านหนึ่ง ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องการหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางทหารทุกรูปแบบ ในบริเวณใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยูเครนและในยุโรปด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



