สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2565 ชายหนุ่มวัย 39 ปี ซึ่งระบุเพียงชื่อสกลุว่า ‘อู๋’ โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมขณะกำลังขนย้ายซากนกจำนวน 2 ถุงใหญ่ ในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของจีน
เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่า ได้ติดตามจับกุมนายอู๋ตามที่มีคนแจ้งเบาะแสให้ว่า เขาได้ออกล่านกอย่างผิดกฎหมาย ที่บริเวณภูเขาในเขตผิงหยาง เมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง
นอกเหนือจากถุงบรรจุซากนกแล้ว อู๋ ยังมีเครื่องเล่นและบันทึกเสียง 2 เครื่อง ซึ่งเขาใช้เป็นเครื่องมือล่อลวงนกให้เข้ามาติดกับดักที่เขาวางไว้
อู๋ นำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังบริเวณที่เขาวางกับดักนกขนาดใหญ่ที่สร้างจากเสาไม้ไผ่และตาข่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พบซากนกเพิ่มเติมจากกับดักตาข่าย โดย อู๋ กล่าวว่า เป็นซากที่เขาทิ้งไว้ เพราะเขาต้องการนำแต่นกเป็น ๆ กลับไปทำอาหาร

จากจำนวนนกทั้งหมดที่ อู๋ จับได้ แบ่งเป็นนกกระจอก 948 ตัว และนกเดินดงอีก 13 ตัว ซึ่งทั้งหมดโดน อู๋ สังหารโดยใช้มือเปล่าหักคอ โดยเขาบอกว่า ตั้งใจจะเอานกเหล่านี้ไปทำเมนูหม้อไฟ
ตามกฎหมายของประเทศจีน นกกระจอกเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เนื่องจากมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจและมีคุณค่าเชิงวิจัยทางวิทยาศาสตร์ นกชนิดนี้เกือบสูญพันธุ์ หลังจากที่ประธานาธิบดีเหมา เจ๋อตุง ออกคำสั่งให้กำจัดนกกระจอกในช่วงทศวรรษที่ 1950 จนถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 1960
ส่วนนกเดินดงนั้น ถือว่าเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากมีการทำลายถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของนกชนิดนี้เป็นจำนวนมาก
ตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าของจีน จะห้ามการล่าสัตว์ประเภทนอกที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่โดนจับกุมในข้อหาฆ่านกกระจอก อาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี ส่วนข้อหาฆ่านกเดินดงนั้น มีโทษจำคุกระหว่าง 5-10 ปี
หลังจากที่มีการจับกุม อู๋ ทางสำนักการป่าไม้แห่งเซี่ยงไฮ้ ก็ได้เผยแพร่คำเตือนที่มีเนื้อหาห้ามปรามประชาชนบริโภคสัตว์ป่า ซึ่งกลายเป็นกระแสนิยมของจีนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่า เป็นการเสี่ยงอันตรายต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตต่าง ๆ เนื่องจากสัตว์ป่ามักจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกหลักสุขอนามัย
แหล่งข่าว : nextshark.com
เครดิตภาพ : orientaldaily.com



