วันนี้ (28 พ.ย.) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยกับ “เดลินิวส์” ถึงกรณี ตัวแทน ปชช. ยื่นฟ้อง กกท.-กสทช. เอื้อประโยชน์นายทุนบางรายถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกว่า ทางสำนักงาน กสทช. ยังไม่ทราบเรื่องว่ามีการฟ้อง แต่ยืนยันว่า การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 600 ล้านบาท เป็นไปตามมติของบอร์ด กสทช. และได้มอบให้ทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นหน่วยงานในการดำเนินการถ่ายทอดสด ซึ่งกระบวนการต่างๆ ในการหาสปอนเซอร์ การแบ่งจัดสรรให้ช่องทีวีถ่ายทอด ก็เป็นทาง กกท. ดำเนินการว่าให้สิทธิรายใดเป็นผู้ถ่ายทอดผ่าน ระบบไอพีทีวี, ระบบอินเทอร์เน็ต และ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทาง กสทช. ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ
อย่างไรก็ตามแม้ กสทช. จะมีประกาศมัสต์แครี่ แต่การถ่ายสดผ่านกล่องไอพีทีวี ก็ต้องดูในส่วนของกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น พ.ร.บ.สิขสิทธิ์ ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้สั่งคุ้มครองแล้ว และหากทางศาลปกครองจะเรียก สำนักงานฯ ไปชี้แจง ก็พร้อมเข้าไปแจ้งรายละเอียดทั้งหมดถึงการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามมติของบอร์ด กสทช.
ด้านแหล่งข่าวจาก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การที่กลุ่มทรูฟ้องร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและดำเนินการตาม ก.ม.ลิขสิทธิ์ ซึ่งหากไม่ดำเนินการก็จะถูกผู้ถือหุ้นฟ้องร้องได้ว่าสนับสนุนงบ จำนวน 300 ล้านบาท แต่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ไม่ลงเงิน ก็ยังสามารถถ่ายทอดได้เหมือนกัน และก่อนที่ทางทรูจะสนับสนุนทาง กกท. ได้เชิญผู้ประกอบการ ไอพีทีวี ทุกรายไปประชุมสอบถามว่าใครยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณในการถ่ายทอดในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิทธิเดียวกันกับที่ทรูได้รับ แต่ไม่มีใครสนับสนุน มีเพียงทรูรายเดียวเท่านั้น ซึ่งหากทรูไม่สนับสนุน คนไทยก็จะไม่ได้ดูบอลโลก และเมื่อศาลสั่งคุ้มครองแล้ว ทางทรูคงไม่มีการดำเนินการอะไรอีกแล้ว.



