สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวถึงการที่สหรัฐอนุญาตให้บริษัทเชฟรอน กลับมาดำเนินงานในเวนซุเอลาได้อีกครั้งว่า “ยังไม่เพียงพอ” และเรียกร้องรัฐบาลวอชิงตัน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด “อย่างเบ็ดเสร็จ”


อนึ่ง กระทรวงการคลังของสหรัฐประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ออกใบอนุญาตให้บริษัทเชฟรอน หนึ่งในผู้ประกอบกิจการพลังงานข้ามชาติรายใหญ่ของประเทศ สามารถกลับไปดำเนินกิจการในเวเนซุเอลาได้ “อย่างจำกัด” โดยในเบื้องต้น กำหนดระยะเวลา “อย่างน้อย 6 เดือน”


ทั้งนี้ทั้งนั้น ตลอดระยะเวลาดังกล่าว รัฐบาลไบเดนจะ “จับตาและประเมิน” รัฐบาลการากัสของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งบรรลุข้อตกลง “โดยหลักการ” ร่วมกับฝ่ายค้าน ที่รวมถึงปีกการเมืองของนายฮวน กวยโด “ผู้นำคู่ขนาน” ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตร ระหว่างการเจรจาที่กรุงเม็กซิโกซิตี เพื่อจัดตั้งกองทุนให้บริหารงานโดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บรรเทาวิกฤติด้านมนุษยธรรมในเวเนซุเอลา


อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเนื้อหาตอนใดในข้อตกลงซึ่งระบุชัดเจน เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปของเวเนซุเอลา ที่ตามกำหนดคือในปี 2567


ขณะที่บรรดาผู้สันทัดกรณีด้านพลังงานโลกให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่า การที่เชฟรอนกลับเข้ามาลงทุนในเวเนซุเอลา ยังไม่น่าส่งผลกระทบ “เป็นวงกว้าง” ต่อตลาดโลกมากนักในเวลานี้ โดยผลในระยะสั้น จากการลงทุนระหว่างเชฟรอนร่วมกับพีดีวีเอสเอ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา น่าจะช่วยเพิ่มเพดานการผลิตจากประมาณ 50,000-60,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 100,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในอีก 6 เดือนนับจากนี้ ก่อนเพิ่มเป็นประมาณ 220,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในอีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า.

เครดิตภาพ : REUTERS