สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่า ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องแสวงหาหนทาง สำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในทะเลจีนใต้ “ด้วยตัวเอง” โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ร่วมกับประเทศอื่น
ขณะเดียวกัน ผู้นำฟิลิปปินส์ยังกล่าวถึง “การประกาศที่มีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงต้นปีหน้า” เกี่ยวกับการที่กองทัพสหรัฐเสนอยกระดับความร่วมมือ ในการสร้างฐานทัพเพิ่มอีก 5 แห่งในฟิลิปปินส์ ภายใต้ข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม (อีดีซีเอ) ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2557 อย่างไรก็ตาม แผนการทั้งหมดนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ
South China Sea: Philippines needs to ‘fight’ for oil and gas deposits even without Beijing deal, Marcos says https://t.co/zk0Yo1JHrD
— South China Morning Post (@SCMPNews) December 1, 2022
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลา ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อการให้ความเห็นดังกล่าวของผู้นำฟิลิปปินส์คนปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นหลังรัฐบาลชุดก่อนหน้าในยุคของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ยกเลิกความร่วมมือกับรัฐบาลปักกิ่ง ว่าด้วยการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติที่รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลจีนใต้ ซึ่งริเริ่มโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านั้น
อนึ่ง คณะอนุญาโตตุลาการถาวรมีคำวินิจฉัย เมื่อเดือน ก.ค. 2559 ซึ่งเป็นคำตัดสินที่เป็นคุณแก่รัฐบาลมะนิลาในหลายประเด็น ปฏิเสธการที่รัฐบาลปักกิ่ง กล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำแทบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ พร้อมทั้งวิจารณ์ การที่จีนถมทะเลบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์เพื่อสร้างเกาะเทียม และติดตั้งสรรพาวุธทางทหาร การ “กีดกัน” การทำประมงของชาวประมงฟิลิปปินส์ การรุกล้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ และการทำลายระบบนิเวศทางทะเลในทะเลจีนใต้.
เครดิตภาพ : REUTERS



