สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัมปาลา ประเทศยูกันดา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนี ผู้นำยูกันดา ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยุติการบังคับใช้มาตรการ “จำกัดการเคลื่อนย้าย” ของประชาชน ในเขตมูเบนเด และเขตคาซันดา ซึ่งรวมถึงเคอร์ฟิวในเวลากลางคืน การปิดสถานบันเทิงและศาสนสถาน ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอีโบลาในทั้งสองเขต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดรอบนี้


ขณะที่รายงานโดยกระทรวงสาธารณสุขของยูกันดาระบุว่า การแพร่ระบาดระลอกดังกล่าวนับเป็นระลอก 7 มีการยืนยันผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเขตมูเบนเดมีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 66 คน และเสียชีวิตแล้ว 29 ราย ส่วนเขตคาซันดา มีผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 49 คน และเสียชีวิตแล้ว 21 ราย ส่วนสถิติรวมทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 ราย จากจำนวนผู้ป่วยสะสมมากกว่า 140 คน


สำหรับการที่เชื้อไวรัสอีโบลาซึ่งกำลังแพร่ระบาดอยู่ในยูกันดารอบนี้ เป็นเชื้อสายพันธุ์ซูดาน ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ทศวรรษ สร้างความวิตกกังวลอย่างมากให้แก่องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนต้านโดยตรง อย่างไรก็ดี ดับเบิลยูเอชโอมอบวัคซีนทดสอบต้านโรคอีโบลา 3 รายการ จากบริษัทเมอร์ค ของสหรัฐ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ของสหราชอาณาจักร และสถาบันซาบิน ของสหรัฐ รวม 1,200 โดส ให้แก่ยูกันดา เมื่อต้นเดือนนี้


อนึ่ง ยูกันดาเผชิญกับการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งล่าสุดของโรคอีโบลา เมื่อปี 2562 มีผู้ป่วยยืนยัน 24 คน และเสียชีวิต 17 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 71%.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES