สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการปลดประจำการ ยานหุ่นยนต์สำรวจ “อินไซต์” ซึ่งเป็นภารกิจแรกอย่างเป็นทางการของนาซา ในการสำรวจชั้นหินบนอังคาร
After more than four years, 1,300 marsquakes, and countless scientific discoveries, our @NASAInSight lander has reached the end of its mission.
— NASA (@NASA) December 21, 2022
InSight may be retiring, but its legacy—and its findings from the deep interior of Mars—will live on: https://t.co/8884Slrbxr pic.twitter.com/UKozd4P28g
My power’s really low, so this may be the last image I can send. Don’t worry about me though: my time here has been both productive and serene. If I can keep talking to my mission team, I will – but I’ll be signing off here soon. Thanks for staying with me. pic.twitter.com/wkYKww15kQ
— NASA InSight (@NASAInSight) December 19, 2022
ทั้งนี้ นาซายืนยันว่า การปลดประจำการยานอินไซต์ เป็นไปตามการคำนวณอย่างละเอียด ว่า ยานจะเสร็จสิ้นภารกิจและ “ถึงแก่อายุ” ของการใช้งาน “ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” เนื่องจากปริมาณฝุ่นละอองจับหนา สะสมบนแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งผลต่อการทำงานของระบบแบตเตอรี่ ในการผลิตและสร้างพลังงาน

อย่างไรก็ตาม วิศวกรของนาซาจะยังคงพยายามจับสัญญาณจากยานอินไซต์ต่อไป แม้มีความเป็นไปได้น้อยมากแล้วก็ตาม เนื่องจากการติดต่อครั้งสุดท้ายระหว่างยานอินไซต์กับศูนย์ปฏิบัติการบนโลก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา และหลังจากนั้น มีความพยายามเชื่อมต่อสัญญาณแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
As we say farewell, enjoy this video filmed earlier this year as the team reflected on InSight’s mission and legacy. https://t.co/gjQDK0zzxR
— NASA JPL (@NASAJPL) December 21, 2022
อนึ่ง ยานอินไซต์ซึ่งออกเดินทางจากโลกเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2561 และลงจอดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ปีเดียวกัน เดิมทีมีเป้าหมายปฏิบัติภารกิจนาน 24 เดือน หรือ “1 ปีดาวอังคาร” ในการจัดการการฝัง “ไซสโมมิเตอร์” เพื่อตรวจสอบคลื่นไหวสะเทือนในชั้นหินที่อยู่ลึกลงไป ซึ่งจะข่วยให้นาซาสามารถศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบ รวมถึงชั้นเปลือก ชั้นเนื้อและชั้นแก่นของดาวอังคาร เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างของโลก ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาการถือกำเนิดของดาวอังคารได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



