สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงซูวา ประเทศฟิจิ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีแฟรงก์ ไบนิมารามา ผู้นำฟิจิ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับการกระจายกำลังทหารลงพื้นที่หลายแห่ง โดยเน้นสถานที่สำคัญ เพื่อสนับสนุนภารกิจของตำรวจ “ในการรักษาความสงบเรียบร้อย” เนื่องจากมีรายงานเกี่ยวกับ “การเลือกปฏิบัติและการใช้ความรุนแรงทางเชื้อชาติ” กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเชื้อสายอินเดีย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านของฟิจิแสดงความไม่พอใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องรัฐบาล “แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์” ว่ามีเรื่องราวลักษณะนี้เกิดขึ้นจริง
The results from Fiji's national election have been finalised but no political party has won an outright majority.
— ABC Pacific (@ABCPacific) December 19, 2022
Now the country's two main political rivals are locked in talks to try and clinch a deal to form government. pic.twitter.com/HIw1N10QTO
ทั้งนี้ ฟิจิจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดใหม่ 55 ที่นั่ง แต่ไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับการเลือกตั้งในระดับที่เพียงพอครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด โดยพรรคฟิจิเฟิร์สต์ของไบนิมารามา ได้รับเลือกตั้ง 26 ที่นั่ง
'Where do you come from?': Watch how Fiji's prime minister responds to our reporter's question about respecting the election result. @lucymurraynews
— SBS News (@SBSNews) December 14, 2022
Read more: https://t.co/RVdoUMftOf pic.twitter.com/3YXWkgBJVM
ด้านพรรคพันธมิตรประชาชนซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 21 ที่นั่ง และยืนยันการรวบรวมเสียงกับพรรคการเมืองขนาดเล็กที่เหลือ จนเพียงพอครองเสียงข้างมากแล้ว กระนั้น ไบนิมารายังคงไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ ในการยอมรับความปราชัย และการงัดข้อทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ ส่งผลให้สภายังไม่สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้
อนึ่ง ฟิจิซึ่งมีประชากรประมาณ 900,000 คน เคยเกิดรัฐประหารมาแล้ว 4 ครั้ง แบ่งเป็น 2 ครั้ง เมื่อปี 2530 ตามด้วยเหตุการณ์เมื่อปี 2543 และการยึดอำนาจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2549 ซึ่งทำให้ไบนิมารามาขึ้นสู่อำนาจสูงสุดทางการเมือง และยังคงอยู่ในตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน กระนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟิจิเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีเรื่องของเชื้อชาติ ระหว่างพลเมืองฟิจิซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ กับพลเมืองเชื้อสายอินเดียซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย.
เครดิตภาพ : REUTERS



