สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ว่า จากกรณีกองทัพเกาหลีใต้ รายงานการตรวจพบและพยายามสกัดกั้น อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ของเกาหลีเหนือ ละเมิดเส้นแบ่งเขตแดนทางทหาร “เอ็มดีแอล” (Military Demarcation Line – MDL) เข้ามาถึงเมืองกิมโป ซึ่งเป็นเมืองท่าริมชายฝั่งทางตะวันตก และพื้นที่บางเขตของกรุงโซล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น


สำนักงานเลขาธิการคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคาร ว่า โดรนที่ละเมิดพรมแดนมีทั้งหมด 5 ลำ โดยนอกจากการบินผ่านเมืองกิมโปและพื้นที่บางส่วนของกรุงโซลนั้น โดรนของรัฐบาลเปียงยางเดินทางผ่านพื้นที่บางส่วนของเมืองปาจู และเกาะคังฮวา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำฮัน ทางตะวันตกของเกาหลีใต้ด้วย


ทั้งนี้ กองทัพเกาหลีใต้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งประจำการตามแนวชายฝั่งตะวันตก ระดมยิงกระสุนปืนมากกว่า 100 นัด เพื่อสกัดการเดินทางของโดรน แต่ยอมรับว่า ไม่ประสบความสำเร็จ โดยยอมรับว่า ปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงในเรื่องนี้ “มีข้อจำกัด” เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่


ปฏิบัติการสกัดกั้นโดรนเกาหลีเหนือโดยกองทัพเกาหลีใต้ ใช้เวลานานประมาณ 5 ชั่วโมง โดยโดรนลำหนึ่งเดินทางกลับไปยังเกาหลีเหนือ ส่วนที่เหลือหายไปจากจอเรดาร์ของเกาหลีใต้


เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2560 ที่โดรนของเกาหลีเหนือ สามารถบินข้ามเขตแดนเข้ามายังฝั่งใต้ โดยในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลโซล พบโดรนของรัฐบาลเปียงยางตกอยู่ในเขตหุบเขาทางเหนือของประเทศ และเชื่อว่า อีกฝ่ายส่งโดรนเข้ามาเพื่อปฏิบัติการจารกรรม


ขณะที่ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวถึงการตอบสนองของกองทัพเกาหลีใต้ต่อ “การรุกราน” ของโดรนจากเกาหลีเหนือ ว่า สะท้อนการขาดการเตรียมการอย่างมีประสิทธิภาพของกองทัพ เนื่องจากยังคงเชื่อมั่นกับ “เจตนาดี” ของอีกฝ่าย ตามข้อตกลงระดับทวิภาคีฉบับปี 2561 ที่ห้ามสองเกาหลีปฏิบัติกิจกรรมทางทหารข้ามพรมแดนของอีกฝ่าย และยืนยันว่า รัฐบาลจะผลักดันการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษภายในกองทัพ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องโดรน “โดยเฉพาะ”.

เครดิตภาพ : REUTERS