สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า ทำเนียบเครมลินเผยแพร่แถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามในกฤษฎีกาฉบับหนึ่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าด้วยการไม่จำหน่ายน้ำมันดิบให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศใดก็ตาม ซึ่งเข้าร่วมมาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบของรัสเซีย โดยมีผลบังคับใช้ ระหว่างวันที่ 1 ก.พ.-1 ก.ค. 2566 แต่ผู้นำรัสเซียอาจพิจารณาผ่อนผันให้ “เป็นรายกรณี”
ทั้งนี้ สมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) 27 ประเทศ และกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 แห่ง หรือ จี7 ที่สมาชิกประกอบด้วย สหรัฐ แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี และญี่ปุ่น นอกจากนั้น ยังมีออสเตรเลียซึ่งเข้าร่วมกับจี7 ในเรื่องนี้ด้วย พร้อมใจกันกำหนดเงื่อนไขฝ่ายเดียว ตรึงราคาน้ำมันดิบของรัสเซียที่ขนส่งผ่านทางเรือ ให้อยู่ที่บาร์เรลละไม่เกิน 60 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,079 บาท) ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา
Russia bans the export of crude oil to countries that impose price cap https://t.co/jhG4iL0ejS
— euronews (@euronews) December 27, 2022
อย่างไรก็ตาม จี7 และอียู ร่วมด้วยออสเตรเลีย ยังคงอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของกลุ่มประเทศสมาชิก ลำเลียงน้ำมันดิบของรัสเซีย ไปยังจุดหมายปลายทางซึ่งเป็นประเทศที่สามได้ แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว และน้ำมันดิบของรัสเซีย ซึ่งขนส่งทางเรือก่อนวันที่ 5 ธ.ค. และเทียบท่าปลายทางภายในวันที่ 19 ม.ค. 2566 จะได้รับการผ่อนผันจากกลไกควบคุมราคา
‘Don’t worry about that’ – Putin dismisses oil price cap concerns pic.twitter.com/rTjNmj48kl
— RT (@RT_com) December 9, 2022
ขณะที่ปูตินเคยวิจารณ์กลไกคุมราคาที่ฝ่ายตะวันตกประกาศออกมานั้น “งี่เง่า” และ “มีแต่จะทำลายเสถียรภาพของตลาด” และเตือนว่า รัสเซียกำลังพิจารณาการลดเพดานการผลิตด้วย แต่ยังไม่มีการขยายความจากปูติน ปัจจุบัน รัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก.
เครดิตภาพ : REUTERS



