สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ประกาศแผนการจัดสรรงบประมาณ 560,000 ล้านวอน (ราว 15,299.59 ล้านบาท) ภายในกรอบระยะเวลา 5 ปี คือระหว่างปี 2566-2570 เพื่อยกระดับศักยภาพของกองทัพในการรับมือกับ “ภัยคุกคาม” จากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน จากเกาหลีเหนือ
S. Korea's military to focus on 'overwhelming' capabilities against N. Korean nuke, missile threats https://t.co/zer6SPfSNe
— Yonhap News Agency (@YonhapNews) December 28, 2022
เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียวด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้ ครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว โดยนอกจากนั้น ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การจัดตั้ง “กองกำลังโดรน” ในสังกัดของกองทัพเกาหลีใต้ด้วย โดยรวมแล้ว กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กำหนดเป้าหมายการใช้จ่ายตลอดช่วงเวลา 5 ปีนับจากนี้ ไว้ที่ 331.4 ล้านล้านวอน (ราว 9.05 ล้านล้านบาท) คิดเป็นค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 6.8% อย่างไรก็ตาม แผนการทั้งหมดต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
Yoon orders firm retaliation against N.K. provocations without fears of nuclear weapons https://t.co/Cuff85c75T
— Yonhap News Agency (@YonhapNews) December 28, 2022
ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัปรายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในทำเนียบประธานาธิบดี ว่า ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ สั่งให้ฝ่ายความมั่นคงตอบสนองแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” กับโดรนของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งละเมิดน่านฟ้าของประเทศเป็นครั้งแรก ในรอบ 5 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหากเกาหลีเหนือส่งโดรนเข้ามาลำหนึ่ง เกาหลีใต้ต้องตอบสนองด้วยการส่งโดรนข้ามแดนไปในจำนวนที่มากกว่า และเน้นย้ำการยิงสกัดโดรนของรัฐบาลเปียงยาง
ด้านกองทัพเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อทุกฝ่าย พร้อมทั้งยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งประจำการตามแนวชายฝั่งตะวันตก ระดมยิงกระสุนปืนมากกว่า 100 นัด เพื่อสกัดการเดินทางของโดรน แต่ยอมรับว่า ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงในเรื่องนี้ “มีข้อจำกัด” ด้วยกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2560 ที่โดรนของเกาหลีเหนือ สามารถบินข้ามเขตแดนเข้ามายังฝั่งใต้ โดยในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลโซล พบโดรนของรัฐบาลเปียงยางตกอยู่ในเขตหุบเขาทางเหนือของประเทศ และเชื่อว่า อีกฝ่ายส่งโดรนเข้ามาเพื่อปฏิบัติการจารกรรม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



