สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ว่า จากกรณีกระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ เครื่องบินสอดแนมทางยุทธศาสตร์ “อาร์ซี-135” ของกองทัพสหรัฐ “เผชิญหน้า” กับเครื่องบินขับไล่ “เจ-11” ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) เหนือทะเลจีนใต้ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเครื่องบินของจีน เคลื่อนที่อยู่ห่างจากอากาศยานของสหรัฐเพียง 3 เมตร หากวัดระยะจากปีก จึงถือเป็น “ระยะอันตราย” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ ดำเนินการตามช่องทางการทูตกับรัฐบาลปักกิ่งแล้วนั้น
China accuses U.S. of distorting facts after aircraft clash https://t.co/81dYUNEkM5 pic.twitter.com/PAJ0J2Y9y6
— Reuters (@Reuters) January 1, 2023
ศูนย์บัญชาการภูมิภาคใต้ของพีแอลเอเผยแพร่แถลงการณ์ ว่าสหรัฐ “บิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง” เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเหนือหมู่เกาะพาราเซล ในทะเลจีนใต้ เนื่องจากเครื่องบินรบของสหรัฐ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” และ “เพิกเฉยต่อการเตือนของจีน” ด้วยการเป็นฝ่ายเข้าใกล้กับอากาศยานของพีแอลเอ “ในระยะอันตราย” จีนขอเรียกร้องอีกครั้งไปยังสหรัฐ ให้ยุติการกระทำเช่นนี้ ตามแนวรบหน้าทั้งทางเรือและทางอากาศ พร้อมทั้งยึดมั่นตามกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย
A video of the incident. pic.twitter.com/PebmpIGV33
— Idrees Ali (@idreesali114) December 29, 2022
อนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐส่งเรือและเครื่องบินเข้ามาในเขตทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “เสรีภาพด้านการลาดตระเวน” ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่รัฐบาลปักกิ่งทุกครั้ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



