เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กล่าวกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ว่า กทม.ได้ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2566 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ

นายประพาส กล่าวว่า การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง กทม. ได้มีการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมมาตรการเชิงรุก พร้อมตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในสภาวะปกติและช่วงวิกฤติ
ขณะเดียวกัน กทม. ก็ได้ยกระดับมาตรการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2566 เช่น เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมฝุ่นละอองจากยานพาหนะและภาคอุตสาหกรรม และได้ดำเนินการใช้มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบพร้อมให้คำแนะนำแก่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ ด้วย

“นอกจากนี้ กทม. ยังสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง อาทิ การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เพื่อลดมลพิษ งดการเผาในที่โล่ง ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ไม่ขับช่วยดับเครื่องยนต์ เป็นต้น โดยประชาชนยังมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ติดตามการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจ้งเบาะแสแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไป” นายประพาส กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กทม. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00-11.00 น. ตรวจวัดได้ 12-34 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 22.0 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสรุปได้ว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มลดลงและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีที่มีการตรวจวัด.



