สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ว่า การค้นพบดังกล่าวบ่งชี้เทคนิคการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการอนุรักษ์น้ำ และความสามารถของราชวงศ์จีนโบราณ ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำ และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเวลานั้น
การขุดค้นที่ซากประตูเชียนชิวของวังโบราณ เริ่มต้นเมื่อปี 2564 และต่อมาคณะนักวิจัยค้นพบช่องทางน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ อยู่ข้างใต้จัตุรัสของซากประตู
นายกัวเสี่ยวเทา เจ้าหน้าที่สถาบันโบราณคดี สังกัดสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน กล่าวว่า ปัจจุบัน มีการค้นพบช่องทางน้ำ 4 แห่ง ทั้งหมดเป็นท่อหินทอดตัวคู่ขนานจากทิศตะวันตกเฉียงใต้สู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการยืนยันว่า ช่องทางทั้งหมดถูกก่อสร้างพร้อมกันตามแผนการก่อสร้างหนึ่งเดียว
รายงานระบุว่า นับเป็นครั้งแรกของการค้นพบสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการอนุรักษ์น้ำ ที่มีแผนผังขนาดใหญ่และการออกแบบอย่างประณีต ระหว่างการขุดค้นซากเมืองโบราณลั่วหยาง
ขณะที่ ฝาปิดเหนือช่องทางน้ำ มีรูสี่เหลี่ยมเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการกักเก็บน้ำฝน โดยมีการสันนิษฐานว่า ซากช่องทางน้ำนี้นำน้ำจากแหล่งภายนอกเข้าสู่เขตวังโบราณ และปล่อยให้ไหลสู่ทะเลสาบของสวนซีโหยว ทางตอนเหนือของวังหลวง
นายหลิวเทา เจ้าหน้าที่ของสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน ให้ข้อมูลว่า สิ่งอำนวยความสะดวกนี้มีแนวโน้มเป็นส่วนหนึ่งของโครงการผันน้ำของสวนซีโหยว ภายในวังของเมืองหลวงโบราณ และต่อมาถูกใช้งานอีกครั้งโดยจักรพรรดิเสี้ยวเหวิน แห่งราชวงศ์เว่ยเหนือ ( ปี 386-534 )
การค้นพบนี้ช่วยสำรวจแผนผังสวนหลวงของเมืองโบราณลั่วหยางในเวลานั้นเพิ่มเติม และถือเป็นแหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ของการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรน้ำในเมือง ที่มีความก้าวหน้าในเวลานั้น
อนึ่ง ซากเมืองโบราณลั่วหยางตั้งอยู่ในเมืองลั่วหยางของยุคปัจจุบัน มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มากกว่า 1,500 ปี โดยเมืองลั่วหยางเคยเป็นราชธานีของหลายราชวงศ์จีนโบราณ เป็นเวลานานราว 600 ปี.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA







